“เท้าเทียมไดนามิก” นวัตกรรมไทยในระบบบัตรทอง
นวัตกรรมเท้าเทียมไทยยกระดับชีวิตผู้พิการหัวหินสู่สิทธิบัตรทอง เรื่องราวของผู้พิการหัวหิน คือภาพสะท้อนของความพยายามในการก้าวข้ามขีดจำกัดทางกายภาพผ่าน “เท้าเทียมไดนามิก” นวัตกรรมฝีมือคนไทยที่เปลี่ยนนิยามของการเคลื่อนไหว จากเดิมที่เคยหนักอึ้งและติดขัด ให้กลายเป็นความคล่องตัวและเป็นธรรมชาติมากขึ้น
ประสบการณ์ใช้เท้าเทียมไดนามิก ของผู้พิการหัวหิน กับนวัตกรรมไทยในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เรื่องราวเหล่านี้ไม่เพียงแต่บอกเล่าถึงการกลับมาเดินได้อีกครั้ง แต่ยังสะท้อนถึงหัวใจสำคัญว่า “หากอยากมีพรุ่งนี้ วันนี้เราต้องกล้าที่จะก้าวเดิน” เพื่อทวงคืนศักยภาพและการใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างภาคภูมิ
ความสำเร็จเหล่านี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากขาดการผลักดันเชิงนโยบาย และการสนับสนุนจากโรงพยาบาลหัวหิน และเท้าเทียมไดนามิกได้ถูกบรรจุเข้าสู่ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ อย่างเต็มตัว ช่วยทลายกำแพงด้านค่าใช้จ่ายที่สูงลิ่ว ให้กลายเป็นสิทธิสวัสดิการที่เข้าถึงได้จริง นับเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้นวัตกรรมไทยได้ทำหน้าที่ดูแลคุณภาพชีวิตคนไทยอย่างยั่งยืน
“ก้าวใหม่”ที่คล่องตัวกว่าเดิม
ชีวิตของคุณบุบผา พุ่มศรีเมือง เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชน แต่สิ่งที่น่าชื่นชมยิ่งกว่าคือหัวใจที่ไม่ยอมแพ้และการปรับตัวเพื่อกลับมาทำหน้าที่ “หัวหน้าครอบครัว” อีกครั้ง หลังจากผ่านประสบการณ์การใช้ขาเทียมมานานกว่า 2 ปี 3 เดือน คุณบุบผาได้ถ่ายทอดความแตกต่างระหว่างอดีตและปัจจุบันที่ทำให้เธอกลุ้มใจจนกลายเป็นความมั่นใจในวันนี้
จาก “ขาที่แข็งทื่อ” สู่ “เท้าที่ยืดหยุ่นรับทุกย่างก้าว” ในช่วงปีแรก คุณบุบผาใช้ขาเทียมแบบเดิมซึ่งมีข้อจำกัดมาก “มันแข็งเหมือนเท้าของหุ่นโชว์เสื้อผ้า” เธอเล่าถึงความยากลำบากในการเดินที่ยืดหยุ่นไม่ได้ จะเดินบนทางเอียงหรือทางต่างระดับก็เป็นเรื่องอันตรายและมีความเจ็บปวดแทรกอยู่เสมอ แต่จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อ 1 ปี 3 เดือนที่แล้ว เมื่อเธอได้รับ “ขาเทียมไดนามิก” หนึ่งในชุดสิทธิประโยชน์ระบบบัตรทอง ซึ่งเข้ามาเปลี่ยนโลกของการเคลื่อนไหวให้ต่างไปจากเดิม ทั้ง ความยืดหยุ่น สามารถเดินลงทางลาดชันได้ดีขึ้น ไม่แข็งทื่อเหมือนเก่า มีแรงส่งธรรมชาติ ด้วยคุณสมบัติของเท้าไดนามิก เมื่อกดหน้าเท้าลง ส้นเท้าจะเด้งขึ้นทันที ช่วยให้เดินได้เร็วและต่อเนื่อง อีกทั้งยังพบว่า ไร้ความเจ็บปวด การสวมใส่ที่พอดีและการกระจายน้ำหนักที่ดีขึ้นทำให้ความเจ็บปวดที่เคยมีหายไป
กิจกรรมแรกที่เป็นบทพิสูจน์ความสำเร็จหลังได้รับขาเทียมใหม่คือ “การขับรถกระบะ” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการทำงานและใช้ชีวิต คุณบุบผาใช้เวลาฝึกฝนและสร้างความคุ้นชินระหว่างเข่ากับขาเทียม เพื่อให้รับรู้ถึงน้ำหนักในการเหยียบคันเร่ง
“เหมือนเราได้ชีวิตใหม่กลับมา จากที่เคยขับแค่ใกล้ๆ ทุกวันนี้ฉันสามารถขับรถจากประจวบฯ ไปยะลา หรือไปนครศรีธรรมราชได้ด้วยตัวเองแล้ว”
ในฐานะหัวหน้าครอบครัวที่คุณบุบผายอมรับว่าไม่ได้มีฐานะร่ำรวย การได้รับสิทธิจากบัตรทองในการเปลี่ยนเท้าเทียมไดนามิกฟรี จึงเป็นเรื่องที่เธอรู้สึก “โชคดีและซึ้งใจอย่างมาก” หากต้องใช้เงินตัวเองซื้อก็คงเป็นเรื่องยากเกินเอื้อม โอกาสนี้ไม่เพียงแต่ให้ขาเทียมชิ้นใหม่ แต่ยังให้ความมั่นใจในการใช้ชีวิตกลับมาถึง 80%
“ชีวิตคนเรามันไม่ได้แย่ มันไม่ได้จบแค่ตรงนี้ เราต้องเดินไปข้างหน้า คิดในแง่ดีเข้าไว้ ขาเทียมนี้คือสิ่งที่สร้างชีวิตใหม่ให้เรา เราไม่ได้ขาดหายอะไรไปเลย”เธอยังฝากทิ้งท้ายถึงเพื่อนผู้พิการคนอื่นๆ และฝากคำขอบ “คุณหมอปูน” และทีมงานโรงพยาบาลหัวหิน ที่ดูแลเอาใจใส่ประดุจญาติมิตร ไม่เพียงแต่รักษา แต่ยังหยิบยื่นโอกาสในการเข้าร่วมงานวิจัยและดูแลเรื่องการเดินทางให้อยู่เสมอ เป็นความประทับใจที่ทำให้ก้าวต่อไปของคุณบุบผาเต็มไปด้วยความสุขและพลังใจ
“ก้าวใหม่ที่เบากว่าเดิม” ของสิทธิศักดิ์ คุ้มภัย
จากอุบัติเหตุทางถนนเมื่อหลายปีก่อน สู่จุดเปลี่ยนสำคัญในการกลับมาใช้ชีวิตและทำงานในฐานะ “ช่าง” คุณสิทธิศักดิ์ คุ้มภัย พนักงานบริษัทรายหนึ่ง ถ่ายทอดความประทับใจหลังจากการเปลี่ยนจากเท้าเทียมแบบเดิม มาสู่เทคโนโลยี “เท้าเทียมไดนามิก” ภายใต้สิทธิบัตรทอง
ตลอด 8 ปีของการใส่ขาเทียม คุณสิทธิศักดิ์เล่าว่าในช่วง 1-2 ปีแรกที่ใช้เท้าเทียมแบบเดิม ความรู้สึกเหมือนการเดินบนวัสดุที่ “แข็งและทื่อ” ไม่มีแรงช่วยส่งเวลาเดิน ทำให้เหนื่อยง่ายและเดินได้ไม่ไกลนัก แต่เมื่อเปลี่ยนมาใช้ เท้าเทียมไดนามิก ความรู้สึกกลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
“แบบเก่าจะไม่มีแรงช่วยส่งเลย มันแข็งๆ ทื่อๆ แต่พอเปลี่ยนเป็นแบบใหม่ มีแรงส่งจากส้นเท้า มีแรงสปริงจากฝ่าเท้า เดินสบายขึ้น และน้ำหนักเบาขึ้นมาก
สำหรับอาชีพช่าง การทรงตัวและความคล่องตัวคือหัวใจสำคัญ คุณสิทธิศักดิ์เผยว่า เท้าเทียมไดนามิก ช่วยให้การทำงานคล่องตัวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ด้วยน้ำหนักที่เบาลงทำให้ไม่รู้สึกล้าเมื่อต้องเดินนานๆ สิ่งที่น่าประทับใจที่สุดคือความรู้สึกที่ “คล้ายกับเท้าปกติ” จนเขาสามารถทำกิจกรรมที่เคยยากลำบากได้อีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการลองวิ่ง หรือแม้แต่การปีนบันไดช่างเพื่อทำงานในที่สูง ซึ่งเท้าเทียมรุ่นนี้ให้ความสมดุลและการยึดเกาะที่มั่นใจกว่าเดิม
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้คุณสิทธิศักดิ์ได้รับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น คือการที่โรงพยาบาลดำเนินการเปลี่ยนเท้าเทียมให้โดย ไม่มีค่าใช้จ่ายผ่านสิทธิบัตรทอง ซึ่งเขาเน้นย้ำว่าเป็นโครงการที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและตัดความกังวลเรื่องการหาสถานที่ทำขาเทียมที่มีมาตรฐานไปได้มาก
“สิทธิบัตรทองช่วยลดภาระเรื่องเงินและสร้างความมั่นใจให้กับเรามากครับ ถ้ามีช่องทางให้ผู้พิการท่านอื่นได้ลองใช้เท้านี้ก็น่าจะดี เพราะมันเปลี่ยนชีวิตเราได้จริงๆ”
ถ้าเราอยากมีพรุ่งนี้ วันนี้เราต้องเดิน
“ถ้าวันนี้เราไม่พยายามเดิน พรุ่งนี้เราก็เดินไม่ได้ ถ้าเราอยากมีพรุ่งนี้ วันนี้เราต้องเดิน” นี่คือคติประจำใจของ แอน–ศุภัตรา เอกจีน ครูอัตราจ้างวัย 36 ปี แห่งโรงเรียนบ้านดอนทราย ผู้ที่เป็นเสาหลักเพียงหนึ่งเดียวของครอบครัว ชีวิตของเธอเปลี่ยนไปจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ถูกรถสิบแปดล้อทับจนกระดูกเท้าแหลกละเอียด นำมาสู่การตัดสินใจที่ยากที่สุดคือการตัดขา แต่สำหรับแอน ความพิการไม่ใช่จุดจบเพราะภาระหน้าที่ในฐานะลูกคนเดียวทำให้เธอล้มไม่ได้
จากความคุ้นชิน สู่ความยืดหยุ่นครั้งใหม่ตลอดเวลาที่ผ่านมา แอนใช้ชีวิตร่วมกับขาเทียมแบบเก่ามาโดยตลอด แม้จะใช้งานได้ตามปกติและใส่ทำงานยืนสอนหนังสือนานกว่า 8 ชั่วโมงจนเริ่มชิน แต่ข้อจำกัดเดิมๆ ยังคงอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องน้ำหนักของขาเทียมที่ค่อนข้างมาก การเดินบนพื้นขรุขระหรือทางลาดชันที่ทำได้ยากลำบาก และขาดแรงส่งหรือ “แรงสปริง” ที่จะช่วยให้การเคลื่อนไหวเป็นธรรมชาติจนกระทั่งเธอได้รับโอกาสให้เป็นคนแรกๆ ในทีมวิจัยที่ได้ทดลองใช้ “เท้าเทียมไดนามิก” ภายใต้สิทธิบัตรทอง
ก้าวกระโดดที่เปลี่ยนชีวิต
ความรู้สึกแรกที่แอนสัมผัสได้คือ “ความเบา” และ “ความยืดหยุ่น” เธอเล่าด้วยแววตาเป็นประกายว่า ทันทีที่ใส่และเริ่มทรงตัวได้ สิ่งแรกที่เธอทำต่อหน้าทีมแพทย์คือการ “กระโดด” และลองวิ่งจ๊อกกิ้ง ซึ่งเป็นสิ่งที่ขาเทียมแบบเดิมทำได้ยาก
“หนูดีใจที่ได้เป็นตัวเลือก มันทำให้หนูทำได้หลายอย่าง ขี่รถเองได้ ทรงตัวได้ดีขึ้น โดยไม่ต้องขอความช่วยเหลือจากใคร“
ปัจจุบันแอนสามารถใช้ชีวิตได้คล่องตัวกว่าที่เคย ไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิตประจำวันในโรงเรียน หรือแม้แต่ภารกิจหนักๆ อย่างการยกกระสอบข้าวสาร 15 กิโลกรัม เธอก็ทำได้เป็นปกติ ขาเทียมรุ่นใหม่นี้ไม่ได้เพียงแค่ช่วยให้เดินได้ แต่ช่วยคืนความมั่นใจและความเป็นอิสระในการใช้ชีวิตกลับมาให้เธออีกครั้ง
ในฐานะผู้ที่เคยต้อง “สำรองจ่าย” หลักหมื่นบาทมาก่อน แอนมองเห็นความสำคัญของการที่สปสช. (สิทธิบัตรทอง) ครอบคลุมเทคโนโลยีเท้าเทียมระดับสูงนี้ เธอกล่าวว่าสำหรับคนที่มีรายได้น้อย หรือผู้ป่วยที่ต้องตัดขาจากโรคประจำตัวอย่างเบาหวาน การเข้าถึงเทคโนโลยีนี้ฟรีคือการเปิดโอกาสให้พวกเขาได้กลับมามีชีวิตที่ดีขึ้นแอนทิ้งท้ายถึงเพื่อนผู้พิการทุกคนว่า ให้ดูเธอเป็นตัวอย่าง ความพยายามในการฝึกเดินและเปิดใจรับเทคโนโลยีใหม่ๆ จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ทุกคนกลับมาเป็นเสาหลักที่แข็งแกร่งของครอบครัวได้อีกครั้ง
ศิริกาญจน์ ตันติวิสุทธิธำรง หัวหน้างานกายอุปกรณ์ โรงพยาบาลหัวหิน เน้นย้ำถึงประโยชน์ต่อคุณภาพชีวิตผู้พิการที่เปลี่ยนแปลงไปหลังจากใช้เท้าเทียมไดนามิก
“โรงพยาบาลหัวหินเลือกนวัตกรรมเท้าเทียมไดนามิกมาใช้กับผู้ป่วยตั้งแต่ปี 2566 โดยได้ทดลองใช้กับคนไข้จริงผ่านการคัดเลือกผู้ที่มีความเหมาะสม ทั้งในด้านช่วงวัย และลักษณะการทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน จากการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง พบว่ามีกลุ่มคนไข้ที่ได้รับประโยชน์สูงสุดจากการใช้งานอุปกรณ์ชนิดนี้ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากอุปกรณ์มีมูลค่าสูงและจำเป็นต้องเปลี่ยนตามอายุการใช้งาน ทางโรงพยาบาลจึงยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ปัจจุบันเท้าเทียมไดนามิกได้เข้าสู่ระบบบัตรทอง ซึ่งช่วยให้คนไข้สามารถเบิกจ่ายได้ตามสิทธิ์การรักษา ลดภาระค่าใช้จ่าย และทำให้คนไข้เข้าถึงอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพได้อย่างยั่งยืน”





