คุณสมบัติผู้อุปสมบท…3.ไม่เป็นผู้มีอวัยวะบกพร่อง หรือพิการ เช่น มือด้วน แขนด้วน ขาเป๋ ตาบอด หูหนวก เป็นใบ้ เป็นง่อย

แสดงความคิดเห็น

กรณี นายสรวีย์ นัดที หรือ แจ๊ส อายุ 24 ปี มิสทิฟฟานี่ ยูนิเวิร์ส 2009 ตัดสินใจอุปสมบทที่วัดเลียบ เขตเทศบาลนครสงขลา อ.เมือง จ.สงขลา บ้านเกิด และตั้งใจอยู่ใต้ร่มกาสาวพัสตร์ตลอดชีวิต กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ถึงคุณสมบัติของนายสรวีย์ว่าสามารถอุปสมบทเป็นพระภิกษุได้หรือไม่

พระธรรมวินัยกำหนดคุณสมบัติของผู้บรรพชาอุปสมบทไว้ดังต่อไปนี้

1.ต้องรู้เดียงสา คือมีอายุตั้งแต่ 7 ปีขึ้นไป ส่วน ผู้อุปสมบทต้องมีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป

2.ไม่เป็นโรคติดต่อ หรือโรคร้ายแรง เช่น โรคเรื้อน โรคฝีดาษ โรคกลาก หอบหืด ลมบ้าหมู และโรคที่สังคมรังเกียจอื่นๆ

3.ไม่เป็นผู้มีอวัยวะบกพร่อง หรือพิการ เช่น มือด้วน แขนด้วน ขาเป๋ ตาบอด หูหนวก เป็นใบ้ เป็นง่อย

4.ไม่เป็นคนมีอวัยวะไม่สมประกอบ เช่น เตี้ยเกินไป สูงเกินไป คนคอพอก

5.ไม่เป็นคนทุรพลภาพ เช่น แก่เกินไป ช่วยเหลือตนเอง ไม่ได้

6.ไม่เป็นคนมีพันธะ คือ คนที่บิดามารดาไม่อนุญาต คนมีหนี้สินล้นพ้นตัว ข้าราชการที่ไม่ได้รับอนุญาต7.ไม่เป็นคนเคยถูกลงอาญาหลวง เช่น คนถูกสักหมายโทษ คนถูกเฆี่ยนหลังลาย

8.ไม่เป็นคนประทุษร้ายความสงบ เช่น เป็นโจรผู้ร้ายต้องอาญาแผ่นดิน

ส่วนบุคคลต้องห้าม ไม่ให้บวชในพระพุทธศาสนาโดยเด็ดขาด

ประเภทที่ 1 บุคคลที่มีเพศบกพร่อง ได้แก่ - ผู้เป็นบัณเฑาะก์ คือ กะเทย - อุภโตพยัญชนก คือ คนสองเพศ

ประเภทที่ 2 บุคคลที่ทำผิดต่อพระพุทธศาสนา ได้แก่ - ผู้ที่ฆ่าพระอรหันต์มาก่อน - ผู้ที่ข่มขืนทำร้ายภิกษุมาก่อน - ลักเพศ คือ ผู้ที่ปลอมบวชมาก่อน - ภิกษุผู้เข้ารีตเดียรถีย์ คือ เคยบวชมาแล้วเปลี่ยนศาสนาไป เมื่อกลับมาขอบวชใหม่ จะไม่รับ ถือว่าใจโลเล - ภิกษุผู้ต้องอาบัติปาราชิก คือ ผู้ที่บวชแล้วทำผิดร้ายแรงขาดความเป็นภิกษุมาครั้งหนึ่งแล้ว จะกลับมาบวชอีกไม่ได้ - ภิกษุทำสังฆเภท คือ ทำให้สงฆ์แตกแยก แม้ที่สุดคนที่มีนิสัยเสีย ทำให้หมู่คณะแตกแยก ก็ไม่รับเข้าบวช - ผู้ทำโลหิตุปบาท คือ ทำร้ายพระศาสดาถึงห้อพระโลหิต

ประเภทที่ 3 ผู้ทำผิดต่อผู้ให้กำเนิดคือ ฆ่าบิดามารดาของตน บุคคลทั้ง 3 ประเภทนี้ เรียกว่า "อภัพบุคคล" ห้ามอุปสมบทเด็ดขาด แม้บวชแล้ว รู้ทีหลัง ต้องให้เขาออกจากความเป็นภิกษุสงฆ์ ในพระไตรปิฎก เล่มที่ 4 พระวินัยปิฎก เล่มที่ 4 มหาวรรค ภาค 1 มีปรากฏความ เรื่องห้ามบัณเฑาะก์ มิให้อุปสมบท โดยสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มีรับสั่งต่อภิกษุทั้งหลายว่า "ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนุปสัมบัน คือ บัณเฑาะก์ ภิกษุไม่พึงให้อุปสมบท ที่อุปสมบทแล้วต้องให้สึกเสีย"

นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กล่าวว่า พระธรรมวินัยระบุไว้ชัดเจน การเป็นบัณเฑาะก์หรือกะเทยไม่สามารถบวชได้ แต่หากนำ ซิลิโคนหรือสิ่งแปลกปลอมออกจากร่างกาย อีกทั้งมีสภาพเป็นผู้ชายปกติแล้ว ไม่มีจิตใจกระเดียดไปทางผู้หญิงตรงนี้ต้องขึ้นอยู่กับดุลพินิจของพระอุปัชฌาย์ว่าจะให้เข้าพิธีอุปสมบทได้หรือไม่

ขอบคุณ http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROamIyd3hNREUzTURVMU5nPT0=&sectionid=TURNd013PT0=&day=TWpBeE15MHdOUzB4Tnc9PQ==

ที่มา: ข่าวสดออนไลน์/มูลนิธิพัฒนาคนพิการไทย 17 พ.ค.56
วันที่โพสต์: 17/05/2556 เวลา 04:17:01

แสดงความคิดเห็น

รอตรวจสอบ
จัดฟอร์แม็ต ดูการแสดงผล

รอตรวจสอบ

รอตรวจสอบ

รอตรวจสอบ

ยกเลิก

รายละเอียดกระทู้

กรณี นายสรวีย์ นัดที หรือ แจ๊ส อายุ 24 ปี มิสทิฟฟานี่ ยูนิเวิร์ส 2009 ตัดสินใจอุปสมบทที่วัดเลียบ เขตเทศบาลนครสงขลา อ.เมือง จ.สงขลา บ้านเกิด และตั้งใจอยู่ใต้ร่มกาสาวพัสตร์ตลอดชีวิต กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ถึงคุณสมบัติของนายสรวีย์ว่าสามารถอุปสมบทเป็นพระภิกษุได้หรือไม่ พระธรรมวินัยกำหนดคุณสมบัติของผู้บรรพชาอุปสมบทไว้ดังต่อไปนี้ 1.ต้องรู้เดียงสา คือมีอายุตั้งแต่ 7 ปีขึ้นไป ส่วน ผู้อุปสมบทต้องมีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป 2.ไม่เป็นโรคติดต่อ หรือโรคร้ายแรง เช่น โรคเรื้อน โรคฝีดาษ โรคกลาก หอบหืด ลมบ้าหมู และโรคที่สังคมรังเกียจอื่นๆ 3.ไม่เป็นผู้มีอวัยวะบกพร่อง หรือพิการ เช่น มือด้วน แขนด้วน ขาเป๋ ตาบอด หูหนวก เป็นใบ้ เป็นง่อย 4.ไม่เป็นคนมีอวัยวะไม่สมประกอบ เช่น เตี้ยเกินไป สูงเกินไป คนคอพอก 5.ไม่เป็นคนทุรพลภาพ เช่น แก่เกินไป ช่วยเหลือตนเอง ไม่ได้ 6.ไม่เป็นคนมีพันธะ คือ คนที่บิดามารดาไม่อนุญาต คนมีหนี้สินล้นพ้นตัว ข้าราชการที่ไม่ได้รับอนุญาต7.ไม่เป็นคนเคยถูกลงอาญาหลวง เช่น คนถูกสักหมายโทษ คนถูกเฆี่ยนหลังลาย 8.ไม่เป็นคนประทุษร้ายความสงบ เช่น เป็นโจรผู้ร้ายต้องอาญาแผ่นดิน ส่วนบุคคลต้องห้าม ไม่ให้บวชในพระพุทธศาสนาโดยเด็ดขาด ประเภทที่ 1 บุคคลที่มีเพศบกพร่อง ได้แก่ - ผู้เป็นบัณเฑาะก์ คือ กะเทย - อุภโตพยัญชนก คือ คนสองเพศ ประเภทที่ 2 บุคคลที่ทำผิดต่อพระพุทธศาสนา ได้แก่ - ผู้ที่ฆ่าพระอรหันต์มาก่อน - ผู้ที่ข่มขืนทำร้ายภิกษุมาก่อน - ลักเพศ คือ ผู้ที่ปลอมบวชมาก่อน - ภิกษุผู้เข้ารีตเดียรถีย์ คือ เคยบวชมาแล้วเปลี่ยนศาสนาไป เมื่อกลับมาขอบวชใหม่ จะไม่รับ ถือว่าใจโลเล - ภิกษุผู้ต้องอาบัติปาราชิก คือ ผู้ที่บวชแล้วทำผิดร้ายแรงขาดความเป็นภิกษุมาครั้งหนึ่งแล้ว จะกลับมาบวชอีกไม่ได้ - ภิกษุทำสังฆเภท คือ ทำให้สงฆ์แตกแยก แม้ที่สุดคนที่มีนิสัยเสีย ทำให้หมู่คณะแตกแยก ก็ไม่รับเข้าบวช - ผู้ทำโลหิตุปบาท คือ ทำร้ายพระศาสดาถึงห้อพระโลหิต ประเภทที่ 3 ผู้ทำผิดต่อผู้ให้กำเนิดคือ ฆ่าบิดามารดาของตน บุคคลทั้ง 3 ประเภทนี้ เรียกว่า "อภัพบุคคล" ห้ามอุปสมบทเด็ดขาด แม้บวชแล้ว รู้ทีหลัง ต้องให้เขาออกจากความเป็นภิกษุสงฆ์ ในพระไตรปิฎก เล่มที่ 4 พระวินัยปิฎก เล่มที่ 4 มหาวรรค ภาค 1 มีปรากฏความ เรื่องห้ามบัณเฑาะก์ มิให้อุปสมบท โดยสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มีรับสั่งต่อภิกษุทั้งหลายว่า "ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนุปสัมบัน คือ บัณเฑาะก์ ภิกษุไม่พึงให้อุปสมบท ที่อุปสมบทแล้วต้องให้สึกเสีย" นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กล่าวว่า พระธรรมวินัยระบุไว้ชัดเจน การเป็นบัณเฑาะก์หรือกะเทยไม่สามารถบวชได้ แต่หากนำ ซิลิโคนหรือสิ่งแปลกปลอมออกจากร่างกาย อีกทั้งมีสภาพเป็นผู้ชายปกติแล้ว ไม่มีจิตใจกระเดียดไปทางผู้หญิงตรงนี้ต้องขึ้นอยู่กับดุลพินิจของพระอุปัชฌาย์ว่าจะให้เข้าพิธีอุปสมบทได้หรือไม่ ขอบคุณ … http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROamIyd3hNREUzTURVMU5nPT0=§ionid=TURNd013PT0=&day=TWpBeE15MHdOUzB4Tnc9PQ==

จัดฟอร์แม็ตข้อความและมัลติมีเดีย

  1. เพิ่ม
  2. เพิ่ม ลบ
  3. เพิ่ม ลบ
  4. เพิ่ม ลบ
  5. เพิ่ม ลบ
  6. เพิ่ม ลบ
  7. เพิ่ม ลบ
  8. เพิ่ม ลบ
  9. เพิ่ม ลบ
  10. ลบ
เลือกการตกแต่งที่ต้องการ

ตกลง ยกเลิก

รายละเอียดการใส่ ลิงค์ รูปภาพ วิดีโอ เพลง (Soundcloud)

Waiting...