ตอบโจทย์สังคมโลกใหม่ นโยบายการศึกษา 'จาตุรนต์ ฉายแสง'

แสดงความคิดเห็น

'จาตุรนต์ ฉายแสง' รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

เปิดวิสัยทัศน์ : 'จาตุรนต์ ฉายแสง' - ห่างไป 7 ปี ก่อนกลับมารับตำแหน่ง "รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ" อีกเป็นสมัยที่ 2 ของ "จาตุรนต์ ฉายแสง" อาศัยประสบการณ์เก๋า ประกาศขับเคลื่อนการศึกษาเป็นวาระแห่งชาติ ชูปี 2556 เป็นปีแห่งการรวม หลังยกระดับคุณภาพการศึกษา พร้อมประกาศ 8 นโยบายหลัก เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยมีวิสัยทัศน์ว่า การจัดการศึกษาไทยต้องตอบโจทย์การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เพื่อช่วยให้ไทยอยู่รอดในสังคมโลกใหม่

“นโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ส่วนหนึ่งประมวลมาจากนโยบายของรัฐบาล ขณะเดียวกันการจะจัดการศึกษาหรือปฏิรูปการศึกษาต้องดูโจทย์ใหญ่ คือ โลกที่เราอยู่เป็นอย่างไร ประเทศไทยอยู่ในสังคมโลกหรือภูมิภาคที่กำลังเป็นไปอย่างไร โลกเดิมที่อาศัยการผลักดันโดยอเมริกา ยุโรป เป็นหลัก มาถึงจุดที่เกิดวิกฤติแล้ว ส่วนทวีปเอเชียซึ่งพอจะเป็นที่พึ่งในตอนนี้ได้ แต่ยักษ์ใหญ่อย่างจีนหรือญี่ปุ่นก็มีภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว เพราะฉะนั้นในสภาพเช่นนี้ จำเป็นที่ประเทศไทยต้องพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เพื่อให้เราอยู่รอดในโลกปัจจุบันและโลกในอนาคต" จาตุรนต์ แสดงวิสัยทัศน์ให้เห็นว่า นโยบายด้านการศึกษาในมือเขา ยกร่างขึ้นโดยมองไกลไปถึงสภาพเศรษฐกิจและสังคมโลก ซึ่งปัจจุบันอยู่ในสภาพผันผวน ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องเร่งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เพื่อให้ไทยอยู่รอดปลอดภัยได้

จาตุรนต์ อธิบายต่อว่า ภูมิภาคนี้กำลังจะรวมตัวกันเป็นประชาคมอาเซียนในปี 2558 และยังมีการเชื่อมโยงประเทศในอาเซียนกับประเทศนอกอาเซียนเป็นเครือข่ายกันด้วย ประเทศไทยต้องเตรียมความพร้อมต่างๆ รองรับโลกไร้พรมแดนนี้ โดยเฉพาะการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การวางระบบโลจิสติกส์ แต่เรื่องสำคัญสุดในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ คือ "การพัฒนาคน"

“ประเด็นต่างๆ เหล่านี้จะเป็นโจทย์สำคัญของการจัดการศึกษาและการปฏิรูปการศึกษาไทย การจัดการศึกษาต้องเดินหน้าสู่การเตรียมความพร้อมคนไทยให้สอดคล้องกับสังคม โลกใหม่ อย่างไรก็ตาม ขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยกับนานาประเทศยังอยู่ในระดับที่ไม่น่าพอใจ IMD ปี 2013 ไทย อยู่ในอันดับที่ 51 จาก 60 ประเทศ ผลการประเมิน PISA 2009 ไทยอยู่ในอันดับที่ 50 จาก 65 ประเทศ และในการจัดอันดับ 400 มหาวิทยาลัยดีที่สุดของโลก โดย Times Higher Education World มีมหาวิทยาลัยไทยเพียงแห่งเดียวที่ติดอันดับ โดยอยู่ในกลุ่มอันดับที่ 351-400" จาตุรนต์ กล่าว

มุมมองในการพัฒนาคนของ จาตุรนต์ นั้น ตั้งเป้าหมายว่า ภายในปี 2558 จะต้องพัฒนาผู้เรียนให้สามารถคิด วิเคราะห์ เรียนรู้ได้ด้วยตนเอง มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์และทักษะที่จำเป็น สำหรับศตวรรษที่ 21 ซึ่งคนไทยจะต้องมีคุณลักษณะเช่นนี้ครบถ้วนจึงจะช่วยให้ไทยเพิ่มขีดความ สามารถในการแข่งขันกับนานาประเทศได้

และภายใต้เป้าหมายหลักนี้ มีเป้าหมายแยกย่อยอีก 4 เรื่องสำคัญ ได้แก่ 1.ผลการทดสอบ PISA ของไทยต้องอยู่ในอันดับที่ดีขึ้น จาตุรนต์ บอกว่า การประเมิน PISA ล่าสุดในปี 2009 ผลประเมินของไทยทั้ง 3 วิชา อยู่ในอันดับที่ 50 จากประเทศที่เข้าประเมิน 65 ประเทศ กระทรวงศึกษาธิการจึงต้องการให้อันดับการประเมิน PISA ขยับมาเริ่มต้นด้วยตัวเลข 4

เรื่องที่ 2 มหาวิทยาลัยไทยต้องติดอันดับโลกมากขึ้น จาตุรนต์ ย้ำว่า เขาเข้าใจดีว่ามหาวิทยาลัยต้องมีความอิสระ ไม่ใช่องค์กรที่ "รมว.ศึกษาธิการ" จะมาสั่งการได้ แต่ตอนนี้ไม่มีใครรู้ว่า คุณภาพการจัดการศึกษาของมหาวิทยาลัยอยู่ตรงไหน ประเทศไทยมีการประเมินระดับชาติเฉพาะในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานเท่านั้น แต่ระดับอุดมศึกษาไม่มีการวัดผลสัมฤทธิ์ระดับชาติแล้วจะรู้ได้อย่างไร มหาวิทยาลัยแต่ละแห่งเป็นอย่างไร ทางหนึ่งที่จะรู้ได้ก็คือ เทียบคุณภาพการจัดการศึกษากับต่างประเทศ หรือเทียบกันเอง เพื่อให้คนนอกมหาวิทยาลัยและสังคมทราบว่าปัญหาเป็นอย่างไร ที่สำคัญ ต้องมีกลไกทางสังคมมาผลักดันให้มหาวิทยาลัยพัฒนาตนเอง ตรงจุดนี้จะทำให้สังคมและมหาวิทยาลัยไม่อิสระจนเกินไป

ส่วนเรื่องที่ 3 การเพิ่มสัดส่วนผู้เรียนสายอาชีวศึกษาและสามัญ เป็น 50-50 จาตุรนต์ บอกว่า การจะดึงดูดเด็กให้มาเรียนสายอาชีพมากขึ้นนั้น เครื่องมือที่ดีอย่างหนึ่งคือ ระบบคุณวุฒิวิชาชีพ แต่ปัจจุบันยังไม่ได้ใช้ระบบคุณวุฒิวิชาชีพอย่างที่คิดกันไว้ จึงต้องผลักดันให้มีการนำมาใช้อย่างจริงจัง มากำหนดทักษะและค่าตอบแทนสำหรับแต่ละตำแหน่งงานอ้างอิงกับสมรรถนะที่เพิ่มขึ้น โดยไม่คำนึงถึงวุฒิการศึกษา เช่นนี้แล้วจะเป็นการจูงใจให้คนหันมาเรียนสายอาชีพ เพราะเห็นค่าตอบแทนและความก้าวหน้าในวิชาชีพชัดเจน และ เรื่องที่ 4 การกระจายโอกาสและเพิ่มความเสมอภาคทางการศึกษาให้มากขึ้น ซึ่ง จาตรุนต์ เล็งจะปรับระบบกองทุนเงินให้กู้ยืมที่ผูกกับรายได้ในอนาคต หรือ Income Contingent Loan : ICL ให้เป็นไปตามหลักการที่คิดไว้แต่เดิม เพื่อช่วยกระจายโอกาสในการศึกษาถึงระดับอุดมศึกษาให้แก่ทุกคน

อย่างไรก็ตาม จาตุรนต์ บอกว่า นโยบายที่ให้ความสำคัญมากที่สุด คือ การปฏิรูปการเรียนรู้ ซึ่งจะตอโจทย์การสร้างกำลังคนที่มีคุณลักษณ์ที่ประเทศต้องการได้ตรงที่สุด การปฏิรูปการเรียนรู้ครั้งนี้ จาตุรนต์ บอกว่า ต้องพิจารณาจากสภาพสังคมโลก โจทย์ที่ประเทศไทยต้องเผชิญ และต้องเป็นไปเพื่อยกเครื่องการจัดการศึกษาให้มีมาตรฐานสากล และสอดคล้องกับสังคมโลกใหม่ โดยการปฏิรูการเรียนเรียนรู้จะยึดการปฏิรูปหลักสูตร และการปฏิรูปการเรียนการสอนเป็นแกนหลัก พร้อมปรับระบบอื่นๆ ไปด้วย คือ ระบบประเมินสถานศึกษา ระบบการรับบุคคลเข้าศึกษาต่อมหาวิทยาลัย ระบบวัดและประเมินผลผู้เรียน ระบบการประเมินวิทยฐานะ และความก้าวหน้าในวิชาชีพครู ทั้ง 6 เรื่องนี้ต้องเชื่อมโยงกัน เพื่อมุ่งไปสู่การเพิ่มผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน

จาตุรนต์ ย้ำด้วยว่า จะพยายามผลักดันให้การปฏิรูการศึกษาเป็นวาระแห่งชาติ ให้ปี 2556 เป็นปีแห่งการรวมพลังยกระดับการศึกษาไทย เพราะเรื่องนี้ไม่สามารถดำเนินการตามลำพังได้ ยังมีเรื่องอีกมากมายที่ต้องดำเนินการจึงต้องรวมพลังกัน : ทีมข่าวการศึกษา ... รายงาน

-------------------------

8 นโยบายศึกษาของ 'จาตุรนต์'

1. เร่งรัดปฏิรูปการเรียนรู้ทั้งระบบให้สัมพันธ์เชื่อมโยงกัน

2. ปฏิรูประบบผลิตพัฒนาครู

3. เร่งนำเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาใช้ในการปฏิรูปการเรียนรู้

4. พัฒนาคุณภาพการอาชีวศึกษาให้มีมาตรฐานเทียบได้กับระดับสากล

5. ส่งเสริมให้สถาบันอุดมศึกษาเร่งพัฒนาคุณภาพมาตรฐานมากกว่าการขยายเชิงปริมาณ

6. ส่งเสริมให้เอกชนและทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมจัดและสนับสนุนการศึกษามากขึ้น

7. เพิ่มและกระจายโอกาสทางการศึกษาอย่างมีคุณภาพ

8. ให้ความสำคัญกับการพัฒนาการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้

ขอบคุณ... http://www.komchadluek.net/detail/20130715/163264/เปิดวิสัยทัศน์:จาตุรนต์ฉายแสง.html (ขนาดไฟล์: 167)

คมชัดลึกออนไลน์/มูลนิพัฒนาคนพิการไทย 15 ก.ค.56

ที่มา: คมชัดลึกออนไลน์/มูลนิพัฒนาคนพิการไทย 15 ก.ค.56
วันที่โพสต์: 16/07/2556 เวลา 02:56:01 ดูภาพสไลด์โชว์ ตอบโจทย์สังคมโลกใหม่ นโยบายการศึกษา 'จาตุรนต์ ฉายแสง'

แสดงความคิดเห็น

รอตรวจสอบ
จัดฟอร์แม็ต ดูการแสดงผล

รอตรวจสอบ

รอตรวจสอบ

รอตรวจสอบ

ยกเลิก

รายละเอียดกระทู้

\'จาตุรนต์ ฉายแสง\' รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดวิสัยทัศน์ : 'จาตุรนต์ ฉายแสง' - ห่างไป 7 ปี ก่อนกลับมารับตำแหน่ง "รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ" อีกเป็นสมัยที่ 2 ของ "จาตุรนต์ ฉายแสง" อาศัยประสบการณ์เก๋า ประกาศขับเคลื่อนการศึกษาเป็นวาระแห่งชาติ ชูปี 2556 เป็นปีแห่งการรวม หลังยกระดับคุณภาพการศึกษา พร้อมประกาศ 8 นโยบายหลัก เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยมีวิสัยทัศน์ว่า การจัดการศึกษาไทยต้องตอบโจทย์การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เพื่อช่วยให้ไทยอยู่รอดในสังคมโลกใหม่ “นโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ส่วนหนึ่งประมวลมาจากนโยบายของรัฐบาล ขณะเดียวกันการจะจัดการศึกษาหรือปฏิรูปการศึกษาต้องดูโจทย์ใหญ่ คือ โลกที่เราอยู่เป็นอย่างไร ประเทศไทยอยู่ในสังคมโลกหรือภูมิภาคที่กำลังเป็นไปอย่างไร โลกเดิมที่อาศัยการผลักดันโดยอเมริกา ยุโรป เป็นหลัก มาถึงจุดที่เกิดวิกฤติแล้ว ส่วนทวีปเอเชียซึ่งพอจะเป็นที่พึ่งในตอนนี้ได้ แต่ยักษ์ใหญ่อย่างจีนหรือญี่ปุ่นก็มีภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว เพราะฉะนั้นในสภาพเช่นนี้ จำเป็นที่ประเทศไทยต้องพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เพื่อให้เราอยู่รอดในโลกปัจจุบันและโลกในอนาคต" จาตุรนต์ แสดงวิสัยทัศน์ให้เห็นว่า นโยบายด้านการศึกษาในมือเขา ยกร่างขึ้นโดยมองไกลไปถึงสภาพเศรษฐกิจและสังคมโลก ซึ่งปัจจุบันอยู่ในสภาพผันผวน ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องเร่งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เพื่อให้ไทยอยู่รอดปลอดภัยได้ จาตุรนต์ อธิบายต่อว่า ภูมิภาคนี้กำลังจะรวมตัวกันเป็นประชาคมอาเซียนในปี 2558 และยังมีการเชื่อมโยงประเทศในอาเซียนกับประเทศนอกอาเซียนเป็นเครือข่ายกันด้วย ประเทศไทยต้องเตรียมความพร้อมต่างๆ รองรับโลกไร้พรมแดนนี้ โดยเฉพาะการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การวางระบบโลจิสติกส์ แต่เรื่องสำคัญสุดในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ คือ "การพัฒนาคน" “ประเด็นต่างๆ เหล่านี้จะเป็นโจทย์สำคัญของการจัดการศึกษาและการปฏิรูปการศึกษาไทย การจัดการศึกษาต้องเดินหน้าสู่การเตรียมความพร้อมคนไทยให้สอดคล้องกับสังคม โลกใหม่ อย่างไรก็ตาม ขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยกับนานาประเทศยังอยู่ในระดับที่ไม่น่าพอใจ IMD ปี 2013 ไทย อยู่ในอันดับที่ 51 จาก 60 ประเทศ ผลการประเมิน PISA 2009 ไทยอยู่ในอันดับที่ 50 จาก 65 ประเทศ และในการจัดอันดับ 400 มหาวิทยาลัยดีที่สุดของโลก โดย Times Higher Education World มีมหาวิทยาลัยไทยเพียงแห่งเดียวที่ติดอันดับ โดยอยู่ในกลุ่มอันดับที่ 351-400" จาตุรนต์ กล่าว มุมมองในการพัฒนาคนของ จาตุรนต์ นั้น ตั้งเป้าหมายว่า ภายในปี 2558 จะต้องพัฒนาผู้เรียนให้สามารถคิด วิเคราะห์ เรียนรู้ได้ด้วยตนเอง มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์และทักษะที่จำเป็น สำหรับศตวรรษที่ 21 ซึ่งคนไทยจะต้องมีคุณลักษณะเช่นนี้ครบถ้วนจึงจะช่วยให้ไทยเพิ่มขีดความ สามารถในการแข่งขันกับนานาประเทศได้ และภายใต้เป้าหมายหลักนี้ มีเป้าหมายแยกย่อยอีก 4 เรื่องสำคัญ ได้แก่ 1.ผลการทดสอบ PISA ของไทยต้องอยู่ในอันดับที่ดีขึ้น จาตุรนต์ บอกว่า การประเมิน PISA ล่าสุดในปี 2009 ผลประเมินของไทยทั้ง 3 วิชา อยู่ในอันดับที่ 50 จากประเทศที่เข้าประเมิน 65 ประเทศ กระทรวงศึกษาธิการจึงต้องการให้อันดับการประเมิน PISA ขยับมาเริ่มต้นด้วยตัวเลข 4 เรื่องที่ 2 มหาวิทยาลัยไทยต้องติดอันดับโลกมากขึ้น จาตุรนต์ ย้ำว่า เขาเข้าใจดีว่ามหาวิทยาลัยต้องมีความอิสระ ไม่ใช่องค์กรที่ "รมว.ศึกษาธิการ" จะมาสั่งการได้ แต่ตอนนี้ไม่มีใครรู้ว่า คุณภาพการจัดการศึกษาของมหาวิทยาลัยอยู่ตรงไหน ประเทศไทยมีการประเมินระดับชาติเฉพาะในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานเท่านั้น แต่ระดับอุดมศึกษาไม่มีการวัดผลสัมฤทธิ์ระดับชาติแล้วจะรู้ได้อย่างไร มหาวิทยาลัยแต่ละแห่งเป็นอย่างไร ทางหนึ่งที่จะรู้ได้ก็คือ เทียบคุณภาพการจัดการศึกษากับต่างประเทศ หรือเทียบกันเอง เพื่อให้คนนอกมหาวิทยาลัยและสังคมทราบว่าปัญหาเป็นอย่างไร ที่สำคัญ ต้องมีกลไกทางสังคมมาผลักดันให้มหาวิทยาลัยพัฒนาตนเอง ตรงจุดนี้จะทำให้สังคมและมหาวิทยาลัยไม่อิสระจนเกินไป ส่วนเรื่องที่ 3 การเพิ่มสัดส่วนผู้เรียนสายอาชีวศึกษาและสามัญ เป็น 50-50 จาตุรนต์ บอกว่า การจะดึงดูดเด็กให้มาเรียนสายอาชีพมากขึ้นนั้น เครื่องมือที่ดีอย่างหนึ่งคือ ระบบคุณวุฒิวิชาชีพ แต่ปัจจุบันยังไม่ได้ใช้ระบบคุณวุฒิวิชาชีพอย่างที่คิดกันไว้ จึงต้องผลักดันให้มีการนำมาใช้อย่างจริงจัง มากำหนดทักษะและค่าตอบแทนสำหรับแต่ละตำแหน่งงานอ้างอิงกับสมรรถนะที่เพิ่มขึ้น โดยไม่คำนึงถึงวุฒิการศึกษา เช่นนี้แล้วจะเป็นการจูงใจให้คนหันมาเรียนสายอาชีพ เพราะเห็นค่าตอบแทนและความก้าวหน้าในวิชาชีพชัดเจน และ เรื่องที่ 4 การกระจายโอกาสและเพิ่มความเสมอภาคทางการศึกษาให้มากขึ้น ซึ่ง จาตรุนต์ เล็งจะปรับระบบกองทุนเงินให้กู้ยืมที่ผูกกับรายได้ในอนาคต หรือ Income Contingent Loan : ICL ให้เป็นไปตามหลักการที่คิดไว้แต่เดิม เพื่อช่วยกระจายโอกาสในการศึกษาถึงระดับอุดมศึกษาให้แก่ทุกคน อย่างไรก็ตาม จาตุรนต์ บอกว่า นโยบายที่ให้ความสำคัญมากที่สุด คือ การปฏิรูปการเรียนรู้ ซึ่งจะตอโจทย์การสร้างกำลังคนที่มีคุณลักษณ์ที่ประเทศต้องการได้ตรงที่สุด การปฏิรูปการเรียนรู้ครั้งนี้ จาตุรนต์ บอกว่า ต้องพิจารณาจากสภาพสังคมโลก โจทย์ที่ประเทศไทยต้องเผชิญ และต้องเป็นไปเพื่อยกเครื่องการจัดการศึกษาให้มีมาตรฐานสากล และสอดคล้องกับสังคมโลกใหม่ โดยการปฏิรูการเรียนเรียนรู้จะยึดการปฏิรูปหลักสูตร และการปฏิรูปการเรียนการสอนเป็นแกนหลัก พร้อมปรับระบบอื่นๆ ไปด้วย คือ ระบบประเมินสถานศึกษา ระบบการรับบุคคลเข้าศึกษาต่อมหาวิทยาลัย ระบบวัดและประเมินผลผู้เรียน ระบบการประเมินวิทยฐานะ และความก้าวหน้าในวิชาชีพครู ทั้ง 6 เรื่องนี้ต้องเชื่อมโยงกัน เพื่อมุ่งไปสู่การเพิ่มผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน จาตุรนต์ ย้ำด้วยว่า จะพยายามผลักดันให้การปฏิรูการศึกษาเป็นวาระแห่งชาติ ให้ปี 2556 เป็นปีแห่งการรวมพลังยกระดับการศึกษาไทย เพราะเรื่องนี้ไม่สามารถดำเนินการตามลำพังได้ ยังมีเรื่องอีกมากมายที่ต้องดำเนินการจึงต้องรวมพลังกัน : ทีมข่าวการศึกษา ... รายงาน ------------------------- 8 นโยบายศึกษาของ 'จาตุรนต์' 1. เร่งรัดปฏิรูปการเรียนรู้ทั้งระบบให้สัมพันธ์เชื่อมโยงกัน 2. ปฏิรูประบบผลิตพัฒนาครู 3. เร่งนำเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาใช้ในการปฏิรูปการเรียนรู้ 4. พัฒนาคุณภาพการอาชีวศึกษาให้มีมาตรฐานเทียบได้กับระดับสากล 5. ส่งเสริมให้สถาบันอุดมศึกษาเร่งพัฒนาคุณภาพมาตรฐานมากกว่าการขยายเชิงปริมาณ 6. ส่งเสริมให้เอกชนและทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมจัดและสนับสนุนการศึกษามากขึ้น 7. เพิ่มและกระจายโอกาสทางการศึกษาอย่างมีคุณภาพ 8. ให้ความสำคัญกับการพัฒนาการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ขอบคุณ... http://www.komchadluek.net/detail/20130715/163264/เปิดวิสัยทัศน์:จาตุรนต์ฉายแสง.html คมชัดลึกออนไลน์/มูลนิพัฒนาคนพิการไทย 15 ก.ค.56

จัดฟอร์แม็ตข้อความและมัลติมีเดีย

  1. เพิ่ม
  2. เพิ่ม ลบ
  3. เพิ่ม ลบ
  4. เพิ่ม ลบ
  5. เพิ่ม ลบ
  6. เพิ่ม ลบ
  7. เพิ่ม ลบ
  8. เพิ่ม ลบ
  9. เพิ่ม ลบ
  10. ลบ
เลือกการตกแต่งที่ต้องการ

ตกลง ยกเลิก

รายละเอียดการใส่ ลิงค์ รูปภาพ วิดีโอ เพลง (Soundcloud)

Waiting...