อาจารย์ ‘จรัญ’ แพทย์รางวัลสมเด็จพระวันรัต ผู้บันดาลใจ-มอบชีวิตใหม่ให้ผู้พิการใบหน้า

อาจารย์ ‘จรัญ’ แพทย์รางวัลสมเด็จพระวันรัต ผู้บันดาลใจ-มอบชีวิตใหม่ให้ผู้พิการใบหน้า

บนโลกปัจจุบันนิยามของคำว่า ‘ศัลยกรรมตกแต่ง’ อาจถูกผูกโยงไปกับภาพลักษณ์ความงามอันไร้ที่ติ การมีจมูกโด่งคม หรือใบหน้าเรียวยาว ซึ่งกลายเป็นเป้าหมายของใครหลายคนที่ต้องการทำให้ตนเอง ‘ดูดี’ กว่าที่เคยเป็น แต่ ณ อีกมุมหนึ่งของห้องผ่าตัด งานของศัลยแพทย์ตกแต่งก็ไม่ได้มีไว้เพื่อเติมเต็มความปรารถนาในความสวยงามเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

เพราะสำหรับคนกลุ่มหนึ่ง ‘ความสวยงาม’ อาจเป็นเรื่องไกลตัวเกินกว่าจะใฝ่ฝัน หากสิ่งที่เขาต้องการมีเพียงอย่างเดียวคือ ‘ความปกติ’ โอกาสที่จะเดินไปบนท้องถนนโดยไม่ต้องหลบซ่อนสายตาใคร โอกาสที่จะยิ้มได้สุดริมฝีปาก หรือโอกาสที่จะใช้ชีวิตในฐานะมนุษย์คนหนึ่งที่มีใบหน้าสมบูรณ์เหมือนคนทั่วไป นั่นเพราะเขาคือผู้ป่วยที่มีความพิการบนใบหน้าชนิดรุนแรง

แม้จะฟังดูเป็นเรื่องที่สำคัญมากต่อชีวิตของใครบางคน แต่ทราบหรือไม่ว่าอาจารย์แพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านนี้ มีอยู่เพียงไม่ถึง 10 คนในประเทศไทย...

อาจารย์ ‘จรัญ’ แพทย์รางวัลสมเด็จพระวันรัต ผู้บันดาลใจ-มอบชีวิตใหม่ให้ผู้พิการใบหน้า

โดยหนึ่งในผู้ที่อยู่เบื้องหลังการทลายกรงขังแห่งความพิการเหล่านั้น คือ ศ.กิตติคุณ นพ.จรัญ มหาทุมะรัตน์ อาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านแก้ไขความพิการบนใบหน้าชนิดรุนแรง คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และหัวหน้าศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ แก้ไขความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

หากอธิบายเพื่อให้เข้าใจถึงลักษณะความพิการบนใบหน้า มีได้ตั้งแต่ความผิดปกติเล็กน้อยที่เราอาจพบได้บ่อย อย่างเช่น โรคปากแหว่ง เพดานโหว่ ไปจนถึงความผิดปกติที่รุนแรงมากขึ้น เช่น โรคประสานกะโหลกศีรษะเชื่อมติดผิดปกติ โรคใบหน้าแหว่งแต่กำเนิด โรคงวงช้าง ฯลฯ ซึ่งบรรดากลุ่มอาการที่มีความรุนแรงเหล่านี้เอง จึงจำเป็นต้องอาศัยศัลยแพทย์ที่มีทักษะความเชี่ยวชาญด้านนี้โดยเฉพาะ

แต่หากย้อนเวลากลับไปก่อนหน้าปี พ.ศ. 2526 ขณะนั้นประเทศไทยยังไม่เคยมี...

ในปีนั้นเอง ศ.กิตติคุณ นพ.จรัญ คือผู้ที่ได้รับพระราชทานทุนมูลนิธิอานันทมหิดล เพื่อไปศึกษาต่อด้านศัลยศาสตร์ตกแต่งแก้ไขความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะชนิดรุนแรง จากผู้เชี่ยวชาญที่ประเทศออสเตรเลีย และสหรัฐอเมริกา ก่อนที่จะได้กลับมาประเทศไทยในปี พ.ศ. 2529 เพื่อบุกเบิกและจัดตั้ง “คณะทำงานแก้ไขความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะ รพ.จุฬาลงกรณ์” โดยร่วมกับศัลยแพทย์ตกแต่งแก้ไขความพิการชนิดรุนแรง (Craniofacial Surgeon), ประสาทศัลยแพทย์, แพทย์หู คอ จมูก, กุมารแพทย์, รังสีแพทย์, จักษุแพทย์, วิสัญญีแพทย์, ทันตแพทย์, จิตแพทย์ ไปจนถึงนักจิตวิทยา, นักอรรถบำบัด, นักสังคมสงเคราะห์ ฯลฯ รวม 12 สาขา

อาจารย์ ‘จรัญ’ แพทย์รางวัลสมเด็จพระวันรัต ผู้บันดาลใจ-มอบชีวิตใหม่ให้ผู้พิการใบหน้า

นั่นจึงเป็นปีเริ่มต้นของประเทศไทยในการทำงานแบบสหสาขาวิชาชีพ เพื่อรักษาผู้ป่วยที่มีความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะชนิดรุนแรง ที่สมบูรณ์แบบเทียบเท่านานาอารยะประเทศ อีกทั้งเป็นแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก่อนที่ในภายหลังจะจัดตั้ง “ศูนย์แก้ไขความพิการฯ” ขึ้นอย่างเป็นทางการ และต่อมาได้รับพระราชทานนามใหม่กลายเป็น “ศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ” ที่เดินหน้าแก้ไขความพิการให้กับผู้ป่วยทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาคมาอย่างต่อเนื่อง จนเข้าสู่วาระครบรอบ 40 ปี ในปีนี้

ผลงานของ ศ.กิตติคุณ นพ.จรัญ และทีมงานของศูนย์ฯ ไม่ใช่แค่เพียงการได้ร่วมกันรักษาผู้ป่วยที่ถูกส่งตัวมาจากทั่วประเทศไทยรวมไปถึงประเทศเพื่อนบ้าน จนสำเร็จไปแล้วมากกว่า 4,000 รายเท่านั้น แต่เขายังเป็นผู้ที่ได้คิดค้นวิธีที่ชื่อว่า “จุฬาเทคนิค” โดยร่วมกับประสาทศัลยแพทย์ ผศ. นพ.ช่อเพียว เตโชฬาร คิดค้นวิธีผ่าตัดรักษาโรคงวงช้างด้วยวิธีการใหม่ ที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการรักษา ช่วยลดระยะเวลา ลดผลกระทบ ลดค่าใช้จ่าย จนต่อมากลายเป็นแนวทางที่ถูกใช้อย่างแพร่หลาย และมีศัลยแพทย์จากต่างประเทศที่แวะเวียนเข้ามาเรียนรู้วิธีการที่ศูนย์ฯ แห่งนี้อย่างต่อเนื่อง

ศ.กิตติคุณ นพ.จรัญ ย้อนเล่าถึงเส้นทางการทำงานในด้านนี้ตลอด 40 ปี ที่ไม่ได้อาศัยเพียงทักษะความรู้ความเชี่ยวชาญเท่านั้น แต่ส่วนหนึ่งยังต้องอาศัยจิตใจกุศล เมตตา การมีเจตนารมณ์ที่มุ่งการทำงานเพื่อสังคม เพราะผู้ป่วยที่ประสบกับโรคนี้ส่วนใหญ่ล้วนเป็นผู้ด้อยโอกาส ผู้ที่มีความยากลำบากทางเศรษฐฐานะ ซึ่งไม่ใช่แค่การขาดค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดเท่านั้น หากบางรายยังไม่มีแม้กระทั่งค่าเดินทางในการเข้ามารักษา

อาจารย์ ‘จรัญ’ แพทย์รางวัลสมเด็จพระวันรัต ผู้บันดาลใจ-มอบชีวิตใหม่ให้ผู้พิการใบหน้า

“งานพวกนี้ทำแล้วไม่ค่อยได้เงิน ในทางกลับกันเราต้องหาเงินให้เขา” ศ.กิตติคุณ นพ.จรัญ ยอมรับ “แต่หลายคนพอเขาเห็นแล้วก็สงสาร เห็นใจกับความยากลำบากและสภาวะที่ผู้ป่วยกลุ่มนี้ต้องเผชิญ จึงมีหน่วยงาน ภาคเอกชน สมาคม มูลนิธิต่างๆ ที่เข้ามาช่วยสนับสนุนเงินบริจาค เพื่อให้เราสามารถดำเนินการรักษาผู้ป่วยกลุ่มนี้ได้อย่างต่อเนื่อง หากติดต่อเข้ามาที่จุฬาฯ เรามีกองทุนให้ทั้งค่าเดินทาง ค่ากินอยู่ ค่าผ่าตัดรักษา ฟรีทั้งหมด”

ณ วัย 77 ปี ปัจจุบัน ศ.กิตติคุณ นพ.จรัญ ยังไม่ได้เกษียณจากการทำงานแต่อย่างใด หากยังคงดำรงฐานะหัวหน้าศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ โดยที่ไม่รับค่าตอบแทน ดำรงบทบาทศัลยแพทย์แก้ไขความพิการที่ยังคอยเดินหน้ามอบคืนชีวิตให้กับผู้ป่วย ทั้งยังเป็นประธานคณะกรรมการแผนกแพทยศาสตร์ มูลนิธิอานันทมหิดล รวมถึงนายกสมาคมศิษย์เก่าแพทย์จุฬาลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ไม่นับรวมไปถึงบทบาทอีกมากมายในอดีตที่ผ่านมา จึงไม่น่าแปลกใจที่ประวัติของศัลยแพทย์ตกแต่งท่านนี้ จะเต็มไปด้วยผลงานและรางวัลเชิดชูเกียรติอันยาวเหยียดหลายหน้ากระดาษ

หนึ่งในนั้นคือการถูกยกย่องให้เป็น 1 ใน 19 อาจารย์ผู้เป็นแรงบันดาลใจ ผู้ทำคุณประโยชน์และชื่อเสียงให้กับคณะฯ มหาวิทยาลัย และประเทศชาติ ที่ได้รับการจารึกและจัดทำหุ่นจำลองไว้ในหอประวัติคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และล่าสุดทางแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ยังได้มอบรางวัลใหญ่ที่สุดประจำปีอย่าง “รางวัลสมเด็จพระวันรัต” ที่เป็นการยกย่องและเพิ่มพูนเกียรติภูมิให้กับแพทย์ที่สร้างประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติ อันนำชื่อเสียงมาสู่วงการแพทย์ ให้กับ ศ.กิตติคุณ นพ.จรัญ ในวันที่ 31 ม.ค. นี้

แน่นอนว่า ศ.กิตติคุณ นพ.จรัญ จะยังคงเดินหน้าเป็นแรงบันดาลใจให้กับแพทย์รุ่นใหม่ที่จะเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ต่อ เพราะภารกิจของการพลิกคืนชีวิตผู้ป่วยให้หายจากความทนทุกข์ทรมาน ไม่ได้หยุดอยู่แค่การเดินหน้ารักษาอย่างเดียวเท่านั้น หากจะต้องบ่มเพาะและสร้าง “ศัลยแพทย์ตกแต่งผู้เชี่ยวชาญด้านแก้ไขความพิการบนใบหน้าชนิดรุนแรง” เพิ่มเข้ามาให้มากขึ้นกว่าที่มีอยู่ในปัจจุบัน เพื่อที่โอกาสในการได้ชีวิตคืนของผู้ป่วยเหล่านั้น จะเดินทางไปถึงเขาได้มากกว่าเดิม

ขอบคุณ... https://www.naewna.com/lady/943176

ที่มา: naewna.com/มูลนิธิพัฒนาคนพิการไทย 27 ม.ค. 69
วันที่โพสต์: 27/01/2569 เวลา 10:21:51 ดูภาพสไลด์โชว์ อาจารย์ ‘จรัญ’ แพทย์รางวัลสมเด็จพระวันรัต ผู้บันดาลใจ-มอบชีวิตใหม่ให้ผู้พิการใบหน้า