อัลไซเมอร์รู้ก่อนได้ด้วยการตรวจเลือด

แสดงความคิดเห็น

คุณณิศรา ตีระวัฒนพงษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ จาก N Health เปิดเผยว่า ปัจจุบันผู้สูงอายุในประเทศไทยมีแนวโน้มในการเป็นโรคอัลไซเมอร์กันมากขึ้น ซึ่งเป็นภาวะสมองเสื่อมที่รักษาไม่หาย พบมากในผู้ที่มีอายุ 65 ปี ขึ้นไปโดยเฉพาะในเพศหญิงจะพบมากกว่าเพศชายพบในผู้ที่มีการศึกษาน้อย หรือผู้ที่เป็นโรคดาวน์ซินโดรม อันมีสาเหตุมาจากความเสื่อมของสมอง พฤติกรรมการรับประทานอาหารรสจัดการออกกำลังกายน้อยและการใช้สมองน้อยเกินไป

อัลไซเมอร์

นอกจากนี้ยังมีสาเหตุมาจากพันธุกรรมการรับสารพิษโดยเฉพาะอลูมิเนียมมากเกินไปเป็นโรคเรื้อรัง อาทิ โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคความดัน มาก่อน ตลอดจนผู้ที่เคยประสบอุบัติเหตุทางสมองก็มีโอกาสเป็นอัลไซเมอร์ได้มากกว่าคนทั่วไป ถึงแม้ผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์แต่ละคนจะมีอาการแตกต่างกันอออกไป แต่ก็มีอาการที่พบร่วมกันหลายประการ อาการแรกสุดที่พบคือความเครียด มักจะเข้าใจผิดว่าเป็นอาการที่เกิดขึ้นเองตามอายุ อาการที่พบในระยะแรกคือ การสูญเสียความจำ เช่น พยายามจำข้อมูลที่เรียนรู้เมื่อไม่นานมานี้ไม่ได้ เมื่อแพทย์สงสัยว่าผู้ป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์จะยืนยันการวินิจฉัยโดยการประเมินพฤติกรรมและทดสอบการรู้ และมักตามมาด้วยการสแกนสมอง เมื่อโรคดำเนินไประยะหนึ่งผู้ป่วยจะมีอาการสับสนหงุดหงิดง่ายและก้าวร้าว อารมณ์แปรปรวน เสียความสามารถทางภาษา สูญเสียความทรงจำระยะยาว และเพิกเฉยต่อสิ่งต่าง ๆ เนื่องจากผู้ป่วยเสียการรับความรู้สึกและต่อมาจะสูญเสียการทำงานต่าง ๆ ของร่างกาย และเสียชีวิตในที่สุด

อย่างไรก็ตามด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ก้าวหน้ามากขึ้น ปัจจุบัน N Health Laboratory Services มีห้องแล็ปเพื่อให้บริการในการตรวจหาความเสี่ยงเพื่อป้องกันตนเองก่อนที่จะเป็นโรคนี้ ประกอบกับปริมาณผู้สูงอายุที่มีปริมาณเพิ่มขึ้น และจะเพิ่มขึ้นอีกถึงร้อยละ 50 ในอีก 10 ปีข้างหน้า เราจึงเตรียมป้องกันไว้แต่เนิ่น ๆ เพื่อตรวจหาความเสี่ยง เมื่อผลตรวจออกมาแล้วแพทย์จะให้วิตามินหรือยาที่ช่วยชะลอความเสื่อมของสมองซึ่งจะเป็นการป้องกันที่ทำได้เพราะหากแพทย์ตรวจพบว่าเป็นแล้วมักเสียชีวิตไม่เกิน 7-10 ปี จากภาวะแทรกซ้อน ติดเชื้อในกระแสเลือดมีผู้ป่วยน้อยกว่าร้อยละ 3 ที่มีชีวิตอยู่ได้มากกว่า 14 ปีหลังได้รับการวินิจฉัย

“สาเหตุและการดำเนินโรคอัลไซเมอร์ยังไม่เป็นที่เข้าใจดีนักในปัจจุบัน งานวิจัยบ่งชี้ว่าโรคนี้มีความสัมพันธ์กับโครงสร้างคล้ายคราบในสมองที่เรียกว่า พลัคและแทงเกิลปัจจุบันยังไม่มีการรักษาที่ช่วยชะลอหรือหยุดการดำเนินโรคอย่างแท้จริง เนื่องจากโรคอัลไซเมอร์เป็นโรคความเสื่อมที่รักษาไม่หาย การบำบัดและดูแลผู้ป่วยจึงนับเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง โดยเฉพาะบทบาทของผู้ดูแลซึ่งมักจะเป็นคู่สมรสหรือญาติใกล้ชิด เป็นที่รับรู้ว่าโรคอัลไซเมอร์นั้นสร้างภาระให้แก่ผู้ดูแลอย่างมาก ทั้งในทางภายสังคม ทางจิต ทางสังคมและเศรษฐกิจ ในประเทศกำลังพัฒนาโรคนี้นับเป็นหนึ่งในโรคที่ก่อค่าใช้จ่ายทางเศรษฐกิจต่อสังคมมากที่สุด”

ปัจจุบันมีผู้สูงอายุเป็นโรคนี้มากกว่า 40 ล้านคน เป็นคนไทยกว่า 6 แสนคน และคาดว่าจะเพิ่มปริมาณขึ้นอีก 4 เท่า ในปี 2593 โดยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 มีการทดลองทางคลินิกมากกว่า 500 งานวิจัยเพื่อทดสอบความเป็นไปได้ในการรักษาโรคอัลไซเมอร์แต่ก็ยังไม่มีงานวิจัยใดที่สรุปว่าประสบความสำเร็จ แม้วิธีต่าง ๆ มากมายที่เชื่อว่าป้องกันโรคอัลไซเมอร์แต่ก็ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ว่าช่วยชะลอการดำเนินโรคและลดความรุนแรงของโรคได้ แต่แนวทางแนะนำที่เชื่อว่าจะช่วยป้องกันและจัดการโรคได้นั้นคือ การกระตุ้นทางจิตใจ (Mental stimulation) การออกกำลังกาย และรับประทานอาหารครบทุกหมู่ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ N Health ได้ที่ http://www.nhealth-asia.com (ขนาดไฟล์: 0 )

ขอบคุณ... http://www.ryt9.com/s/tpd/2220624

ที่มา: ryt9.comออนไลน์/มูลนิธิพัฒนาคนพิการไทย 5 ส.ค.58
วันที่โพสต์: 5/08/2558 เวลา 11:15:52 ดูภาพสไลด์โชว์ อัลไซเมอร์รู้ก่อนได้ด้วยการตรวจเลือด

แสดงความคิดเห็น

รอตรวจสอบ
จัดฟอร์แม็ต ดูการแสดงผล

รอตรวจสอบ

รอตรวจสอบ

รอตรวจสอบ

ยกเลิก

รายละเอียดกระทู้

คุณณิศรา ตีระวัฒนพงษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ จาก N Health เปิดเผยว่า ปัจจุบันผู้สูงอายุในประเทศไทยมีแนวโน้มในการเป็นโรคอัลไซเมอร์กันมากขึ้น ซึ่งเป็นภาวะสมองเสื่อมที่รักษาไม่หาย พบมากในผู้ที่มีอายุ 65 ปี ขึ้นไปโดยเฉพาะในเพศหญิงจะพบมากกว่าเพศชายพบในผู้ที่มีการศึกษาน้อย หรือผู้ที่เป็นโรคดาวน์ซินโดรม อันมีสาเหตุมาจากความเสื่อมของสมอง พฤติกรรมการรับประทานอาหารรสจัดการออกกำลังกายน้อยและการใช้สมองน้อยเกินไป อัลไซเมอร์ นอกจากนี้ยังมีสาเหตุมาจากพันธุกรรมการรับสารพิษโดยเฉพาะอลูมิเนียมมากเกินไปเป็นโรคเรื้อรัง อาทิ โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคความดัน มาก่อน ตลอดจนผู้ที่เคยประสบอุบัติเหตุทางสมองก็มีโอกาสเป็นอัลไซเมอร์ได้มากกว่าคนทั่วไป ถึงแม้ผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์แต่ละคนจะมีอาการแตกต่างกันอออกไป แต่ก็มีอาการที่พบร่วมกันหลายประการ อาการแรกสุดที่พบคือความเครียด มักจะเข้าใจผิดว่าเป็นอาการที่เกิดขึ้นเองตามอายุ อาการที่พบในระยะแรกคือ การสูญเสียความจำ เช่น พยายามจำข้อมูลที่เรียนรู้เมื่อไม่นานมานี้ไม่ได้ เมื่อแพทย์สงสัยว่าผู้ป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์จะยืนยันการวินิจฉัยโดยการประเมินพฤติกรรมและทดสอบการรู้ และมักตามมาด้วยการสแกนสมอง เมื่อโรคดำเนินไประยะหนึ่งผู้ป่วยจะมีอาการสับสนหงุดหงิดง่ายและก้าวร้าว อารมณ์แปรปรวน เสียความสามารถทางภาษา สูญเสียความทรงจำระยะยาว และเพิกเฉยต่อสิ่งต่าง ๆ เนื่องจากผู้ป่วยเสียการรับความรู้สึกและต่อมาจะสูญเสียการทำงานต่าง ๆ ของร่างกาย และเสียชีวิตในที่สุด อย่างไรก็ตามด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ก้าวหน้ามากขึ้น ปัจจุบัน N Health Laboratory Services มีห้องแล็ปเพื่อให้บริการในการตรวจหาความเสี่ยงเพื่อป้องกันตนเองก่อนที่จะเป็นโรคนี้ ประกอบกับปริมาณผู้สูงอายุที่มีปริมาณเพิ่มขึ้น และจะเพิ่มขึ้นอีกถึงร้อยละ 50 ในอีก 10 ปีข้างหน้า เราจึงเตรียมป้องกันไว้แต่เนิ่น ๆ เพื่อตรวจหาความเสี่ยง เมื่อผลตรวจออกมาแล้วแพทย์จะให้วิตามินหรือยาที่ช่วยชะลอความเสื่อมของสมองซึ่งจะเป็นการป้องกันที่ทำได้เพราะหากแพทย์ตรวจพบว่าเป็นแล้วมักเสียชีวิตไม่เกิน 7-10 ปี จากภาวะแทรกซ้อน ติดเชื้อในกระแสเลือดมีผู้ป่วยน้อยกว่าร้อยละ 3 ที่มีชีวิตอยู่ได้มากกว่า 14 ปีหลังได้รับการวินิจฉัย “สาเหตุและการดำเนินโรคอัลไซเมอร์ยังไม่เป็นที่เข้าใจดีนักในปัจจุบัน งานวิจัยบ่งชี้ว่าโรคนี้มีความสัมพันธ์กับโครงสร้างคล้ายคราบในสมองที่เรียกว่า พลัคและแทงเกิลปัจจุบันยังไม่มีการรักษาที่ช่วยชะลอหรือหยุดการดำเนินโรคอย่างแท้จริง เนื่องจากโรคอัลไซเมอร์เป็นโรคความเสื่อมที่รักษาไม่หาย การบำบัดและดูแลผู้ป่วยจึงนับเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง โดยเฉพาะบทบาทของผู้ดูแลซึ่งมักจะเป็นคู่สมรสหรือญาติใกล้ชิด เป็นที่รับรู้ว่าโรคอัลไซเมอร์นั้นสร้างภาระให้แก่ผู้ดูแลอย่างมาก ทั้งในทางภายสังคม ทางจิต ทางสังคมและเศรษฐกิจ ในประเทศกำลังพัฒนาโรคนี้นับเป็นหนึ่งในโรคที่ก่อค่าใช้จ่ายทางเศรษฐกิจต่อสังคมมากที่สุด” ปัจจุบันมีผู้สูงอายุเป็นโรคนี้มากกว่า 40 ล้านคน เป็นคนไทยกว่า 6 แสนคน และคาดว่าจะเพิ่มปริมาณขึ้นอีก 4 เท่า ในปี 2593 โดยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 มีการทดลองทางคลินิกมากกว่า 500 งานวิจัยเพื่อทดสอบความเป็นไปได้ในการรักษาโรคอัลไซเมอร์แต่ก็ยังไม่มีงานวิจัยใดที่สรุปว่าประสบความสำเร็จ แม้วิธีต่าง ๆ มากมายที่เชื่อว่าป้องกันโรคอัลไซเมอร์แต่ก็ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ว่าช่วยชะลอการดำเนินโรคและลดความรุนแรงของโรคได้ แต่แนวทางแนะนำที่เชื่อว่าจะช่วยป้องกันและจัดการโรคได้นั้นคือ การกระตุ้นทางจิตใจ (Mental stimulation) การออกกำลังกาย และรับประทานอาหารครบทุกหมู่ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ N Health ได้ที่ http://www.nhealth-asia.com ขอบคุณ... http://www.ryt9.com/s/tpd/2220624

จัดฟอร์แม็ตข้อความและมัลติมีเดีย

  1. เพิ่ม
  2. เพิ่ม ลบ
  3. เพิ่ม ลบ
  4. เพิ่ม ลบ
  5. เพิ่ม ลบ
  6. เพิ่ม ลบ
  7. เพิ่ม ลบ
  8. เพิ่ม ลบ
  9. เพิ่ม ลบ
  10. ลบ
เลือกการตกแต่งที่ต้องการ

ตกลง ยกเลิก

รายละเอียดการใส่ ลิงค์ รูปภาพ วิดีโอ เพลง (Soundcloud)

Waiting...