เปิด ‘ศูนย์บริการคนพิการ – ออทิสติก’ หน่วยบริการมาตรา 3 ‘สกลนคร’ รองรับฟื้นฟู-ดูแล ‘บัตรทอง’
เลขาธิการ สปสช. เปิด “ศูนย์บริการคนพิการบุคคลออทิสติกจังหวัดสกลนคร” หน่วยบริการมาตรา 3 ระบบบัตรทอง หนุนจัด “บริการฟื้นฟูสมรรถภาพ” ฝึกทักษะการใช้ชีวิตที่จำเป็นสำหรับเด็กออทิสติกในชุมชน สู่การมีพัฒนการอย่างเหมาะสมในสังคม ด้านประธานศูนย์บริการคนพิการฯ เผย ช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัว ลดความแออัดในโรงพยาบาล สามารถรับบริการฟืนฟูฯ ใกล้บ้าน
นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ สปสช. ร่วมลงพื้นที่จังหวัดสกลนคร และได้เป็นประธานพิธีเปิด “ศูนย์บริการคนพิการบุคคลออทิสติกจังหวัดสกลนคร” ซึ่งเป็นศูนย์ฝึกพัฒนาการและทักษะชีวิตสำหรับเด็กออทิสติกในชุมชน และได้ร่วมขึ้นทะเบียนเป็น “หน่วยบริการมาตรา 3” ตามพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 ในการร่วมจัดบริการฟื้นฟูสมรรถภาพภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง 30 บาท)
นางไทยวัน ชมภูทอง ประธานศูนย์บริการคนพิการ ชมรมผู้ปกครองบุคคลออทิสติกจังหวัดสกลนคร เปิดเผยว่า ศูนย์บริการคนพิการบุคคลออทิสติกจังหวัดสกลนครฯ เกิดขึ้นจากความตั้งใจของผู้ปกครองที่มีลูกเป็นบุคคลออทิสติก ซึ่งต้องการสร้างพื้นที่ดูแลและพัฒนาศักยภาพให้เด็กๆ สามารถใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างเหมาะสม จึงได้ปรับบ้านพักส่วนตัวให้กลายเป็นศูนย์บริการสำหรับเด็กออทิสติกในชุมชน เพื่อฝึกพัฒนาการและทักษะที่จำเป็นสำหรับเด็กออทิสติก ทั้งการฝึกพูด การพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กและมัดใหญ่ รวมถึงการฝึกทักษะชีวิตและทักษะอาชีพต่างๆ เพื่อให้เด็กกลุ่มนี้สามารถพึ่งพาตนเองได้ในอนาคต โดยได้รับแรงสนับสนุนจากเครือข่ายผู้ปกครองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จนพัฒนาเป็นศูนย์บริการในชุมชนที่ช่วยดูแลเด็กออทิสติกในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ การที่ศูนย์ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น หน่วยบริการตามมาตรา 3 ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ทำให้ภาคประชาชนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดบริการฟื้นฟูสมรรถภาพให้บุคคลออทิสติกในชุมชนได้มากขึ้น โดย สปสช. ได้สนับสนุนงบนำร่องในการดูแลผู้รับบริการ อัตรา 6,900 บาทต่อคน ต่อระยะเวลา 6 เดือน โดยการสนับสนุนดังกล่าวช่วยเพิ่มศักยภาพในการดูแลเด็กออทิสติกให้ครอบคลุมทั้งด้านการฝึกพัฒนาการ การเสริมทักษะชีวิต และการฟื้นฟูสมรรถภาพ อีกทั้งยังช่วยแบ่งเบาภาระของครอบครัวและลดความแออัดของการเข้ารับบริการในโรงพยาบาล ทำให้เด็กออทิสติกสามารถเข้าถึงการดูแลที่ใกล้บ้านและเป็นมิตรกับชุมชนมากยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันศูนย์ฯ ยังมีข้อจำกัดด้านอุปกรณ์การเรียนรู้และสื่อการฝึกพัฒนาการ เช่น แอปพลิเคชันฝึกทักษะ สมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ต ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้เด็กๆ สามารถฝึกฝนซ้ำอย่างต่อเนื่อง จึงอยากเชิญชวนหน่วยงานภาครัฐและภาคีเครือข่ายเข้ามาร่วมสนับสนุน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของบุคคลออทิสติกในชุมชนให้ดียิ่งขึ้น
ขณะที่ นพ.จเด็จ กล่าวว่า เด็กออทิสติกเป็นกลุ่มที่ต้องการการดูแลทั้งด้านการแพทย์ การฝึกพัฒนาการ และการสนับสนุนจากครอบครัวและชุมชนควบคู่กัน การมีศูนย์ฝึกพัฒนาการในชุมชนจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นพื้นที่ที่ช่วยให้เด็กสามารถเรียนรู้ ฝึกทักษะ และปรับตัวเข้ากับสังคมได้อย่างเหมาะสม
“ศูนย์บริการคนพิการบุคคลออทิสติกจังหวัดสกลนคร ถือเป็นตัวอย่างของการรวมพลังของครอบครัวและชุมชนในการช่วยเหลือกันเอง จนสามารถพัฒนาเป็นต้นแบบของศูนย์บริการในชุมชนที่ดูแลเด็กออทิสติกได้อย่างมีประสิทธิภาพ เด็กบางคนที่ผ่านการฝึกพัฒนาการจากศูนย์แห่งนี้ ปัจจุบันสามารถทำงานและมีอาชีพเลี้ยงดูตนเองได้” เลขาธิการ สปสช. กล่าว
นพ.จเด็จ กล่าวเพิ่มเติมในตอนท้ายว่า สปสช. มีนโยบายในการสนับสนุนให้ศูนย์บริการคนพิการหรือองค์กรภาคประชาชนที่ดูแลบุคคลออทิสติก เข้ามาเป็นหน่วยบริการตามมาตรา 3 เพื่อให้สามารถเบิกค่าใช้จ่ายในการจัดบริการฟื้นฟูสมรรถภาพได้โดยตรง ซึ่งจะช่วยขยายโอกาสในการเข้าถึงบริการให้กับผู้ป่วยมากขึ้น และทำให้การฟื้นฟูสมรรถภาพไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะในโรงพยาบาล แต่ครอบคลุมถึงศูนย์บริการในชุมชนที่ใกล้ชิดกับผู้รับบริการมากที่สุด




