นพ.สสจ.อยุธยา เปิดแผนดูแลผู้ป่วย ‘สโตรก’ เร่งทำระบบฟาสต์แทรกลดตาย-พิการ ปูทางสู่ศูนย์เชี่ยวชาญในอนาคต
เมื่อวันที่ 9 มีนาคม นพ.ชวนนท์ อิ่มอาบ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า โรคหลอดเลือดสมองเป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญของประเทศ และในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาพบผู้ป่วยในจำนวนไม่น้อย โดยเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยระดับประเทศแล้ว จังหวัดมีความเสี่ยงสูงกว่าเล็กน้อย จึงจำเป็นต้องยกระดับระบบการดูแลผู้ป่วยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยโรคหลอดเลือดสมอง หรือ สโตรก (Stroke) เป็นภาวะที่ทำให้เกิดอาการอัมพฤกษ์อัมพาต ผู้ป่วยอาจมีอาการแขนขาอ่อนแรง ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด หรือสติสัมปชัญญะลดลง ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างรวดเร็ว เพราะหากรักษาช้าอาจทำให้เกิดความพิการถาวร หรือเสียชีวิตได้ ทั้งนี้ โรคหลอดเลือดสมองแบ่งออกเป็น 2 ชนิดหลัก ได้แก่ เส้นเลือดสมองตีบ ซึ่งเกิดจากลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดสมอง และเส้นเลือดสมองแตก ซึ่งเกิดจากการที่ผนังหลอดเลือดในสมองแตกทำให้เลือดออกในเนื้อสมอง
นพ.ชวนนท์ กล่าวว่า สาเหตุสำคัญของโรคหลอดเลือดสมอง โดยเฉพาะชนิดเส้นเลือดสมองแตก มักเกี่ยวข้องกับโรคความดันโลหิตสูงที่ควบคุมได้ไม่ดี รวมถึงโรคประจำตัวอื่น เช่น เบาหวาน หรือภาวะไขมันในเลือดสูง ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยอาจมีความดันโลหิตสูงแต่ไม่รู้ตัว เพราะไม่ได้ตรวจสุขภาพเป็นประจำ เมื่อควบคุมความดันไม่ได้ดีพอ ก็อาจทำให้หลอดเลือดสมองแตกได้ เพื่อรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพระนครศรีอยุธยาจึงกำหนดนโยบายพัฒนา “ระบบดูแลผู้ป่วยสโตรกแบบครบวงจร” ครอบคลุม 4 ระยะ ได้แก่ การส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การรักษา และการฟื้นฟูสมรรถภาพ
“คำว่าครบวงจร หมายถึงการดูแลตั้งแต่ก่อนเกิดโรค คือการส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาพแข็งแรง ตรวจคัดกรองความเสี่ยง เช่น ความดันโลหิตสูง เมื่อเริ่มมีความเสี่ยงก็ต้องป้องกันไม่ให้เกิดโรค และเมื่อเกิดโรคแล้วต้องได้รับการรักษาที่มีมาตรฐาน รวมถึงการฟื้นฟูสมรรถภาพเพื่อให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติมากที่สุด” นพ.ชวนนท์ กล่าว
นพ.ชวนนท์ กล่าวว่า ในด้านการรักษา จังหวัดได้พัฒนาระบบ สโตรกฟาสต์แทรก (Stroke Fast Track) เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว โดยโรงพยาบาลชุมชนในระดับอำเภอจะทำหน้าที่คัดกรองและประเมินอาการผู้ป่วยก่อนส่งต่อไปยังโรงพยาบาลศูนย์พระนครศรีอยุธยา ซึ่งมีแพทย์เฉพาะทางด้านระบบประสาทและศัลยแพทย์ระบบประสาทให้การดูแล เมื่อโรงพยาบาลชุมชนวินิจฉัยว่าเป็นผู้ป่วยสโตรก การส่งต่อมายังโรงพยาบาลศูนย์ต้องทำอย่างรวดเร็ว เพราะเวลาเป็นปัจจัยสำคัญ โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีภาวะเส้นเลือดสมองตีบ ซึ่งบางรายสามารถรักษาด้วยยาละลายลิ่มเลือดได้ หากเข้าถึงการรักษาได้ทันเวลา ทั้งนี้ การพัฒนาระบบ Stroke Fast Track ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อใช้พัฒนาระบบการประเมินและส่งต่อผู้ป่วยให้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
“องค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้สนับสนุนงบประมาณส่วนหนึ่งในการพัฒนาระบบดังกล่าว โดยระยะแรกจะเริ่มดำเนินการในบางอำเภอก่อน และในระยะต่อไปจะขยายให้ครอบคลุมทั้ง 16 อำเภอของจังหวัด เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น” นพ.ชวนนท์ กล่าว
นพ.ชวนนท์ กล่าวว่า หลังจากผู้ป่วยได้รับการรักษาแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการฟื้นฟูสมรรถภาพ โดยจะมีทีมสหสาขาวิชาชีพ เช่น แพทย์ พยาบาล นักกายภาพบำบัด และบุคลากรสาธารณสุข ร่วมกันดูแลผู้ป่วยต่อเนื่องทั้งในโรงพยาบาลและในชุมชน นอกจากนี้ ยังมีการนำระบบเทเลเมดิซีน (Telemedicine) มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลผู้ป่วย โดยทีมสหสาขาวิชาชีพในพื้นที่สามารถปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟูจากโรงพยาบาลศูนย์ได้แบบเรียลไทม์ ทั้งนี้ แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูมีจำนวนไม่มาก การใช้ระบบเทเลเมดิซีน จะช่วยให้ทีมที่ดูแลผู้ป่วยในชุมชนสามารถปรึกษาแพทย์เฉพาะทางได้ ทำให้การฟื้นฟูผู้ป่วยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และช่วยให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น
นพ.ชวนนท์ กล่าวด้วยว่า ในระยะยาว จังหวัดมีแผนพัฒนาโรงพยาบาลศูนย์พระนครศรีอยุธยาให้เป็น “ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการรักษาโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke Center of Excellence)” เพื่อยกระดับมาตรฐานการรักษาและรองรับผู้ป่วยในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียง เป้าหมายของเราคือการพัฒนาให้จังหวัดพระนครศรีอยุธยามีศูนย์ความเป็นเลิศด้านการรักษาโรคหลอดเลือดสมอง เพื่อให้ประชาชนได้รับการรักษาที่มีคุณภาพ รวดเร็ว และลดผลกระทบจากโรคให้ได้มากที่สุด
ขอบคุณ... https://www.matichon.co.th/local/quality-life/news_5621946



