เจาะต้นเหตุ ‘ยศกร’ บูลลี่-คุกคามหนัก ‘น้องทับทิม’ สาวผู้พิการแขนขวา
เปิดสาเหตุ "ยศกร" บูลลี่-คุกคามหนัก "น้องทับทิม" สาวผู้พิการแขนขวา ด้าน "หมอเดว" ชี้ต้องรับผิดชอบและถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
จากกรณีชาย อายุ 29 ปี ชาว จ.ลพบุรี ทักข้อความไปจีบ “น้องทับทิม” สาวผู้พิการแขนขวาตั้งแต่กำเนิด แต่เมื่อไม่ได้รับการตอบกลับ ชายรายนี้กลับส่งข้อความบูลลี่ต่อเนื่องยาวนานเกือบ 2 ปี จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์อย่างล้นหลามถึงพฤติกรรม พร้อมเรียกร้องให้เอาผิด และตามหาว่าชายดังกล่าวทำงานอยู่ที่ไหน ก่อนนำทัวร์ไปลง เพื่อให้บริษัทพิจารณาความประพฤติ ตามที่ข่าวเสนอไปก่อนหน้านี้
เมื่อวันที่ 3 เม.ย. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในรายการโหนกระแส ซึ่งมี “กรรชัย กำเนิดพลอย” เป็นผู้ดำเนินรายการ ได้พูดถึงเคสของชายคนหนึ่งชื่อ “ยศกร” ที่ตามบูลลี่ “น้องทับทิม” เป็นเวลานานเกือบ 2 ปี จนน้องทับทิมมีภาวะซึมเศร้า ทำให้คุณพ่อของน้องไม่ทน พร้อมจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
อีกทั้ง โดยช่วงหนึ่งของรายการ ได้มีการเปิดคลิปจากยูทูบรายการ “ปดทอล์ค” ซึ่งพิธีกรได้สอบถามกับ “ยศกร” ถึงสาเหตุของการกระทำดังกล่าว ซึ่งสิ่งที่น่าตกใจคือ ชายรายนี้กลับบอกว่า “ทำไมชีวิตตนไม่ได้อย่างเขา และการเข้ามหาวิทยาลัยมหิดลเป็นโควตาคนพิการแล้วหรือไม่”
นอกจากนี้ ทางด้าน “รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี” กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กและวัยรุ่น ก็ได้โฟนอินให้ข้อมูลเกี่ยวกับโรคและพฤติกรรมของชายรายนี้ว่า “ตัวโรคแอสเพอร์เกอร์ คือ กลุ่ม Autistic Spectrum ซึ่งเป็นแบบ High functioning มีระดับสติปัญญาที่เป็นปกติ บางรายสามารถเรียนจบในระดับปริญญาเอกได้ จุดอ่อนสำคัญของอาการคือเรื่องทักษะทางสังคมมีปัญหามาก โดยไม่มีความเข้าใจในความเจ็บปวดของคนอื่น โดยไม่มีกาลเทศะ ชอบเสียดสี ไม่มีมารยาททางสังคม มีพฤติกรรมที่หมกมุ่น และขาดความรับผิดชอบชั่วดี และขาดความเอื้ออาทร ประเด็นสำคัญ คือ ไม่มียารักษา แต่ต้องใช้กระบวนการทางจิตบำบัด และครอบครัวบำบัดซึ่งต้องทำอย่างต่อเนื่อง”
อย่างไรก็ตาม “เคสนี้มีทั้งส่วนที่เป็นอาการจากโรคแอสเพอร์เกอร์ กับพฤติกรรมก้าวร้าวและเกเร ซึ่งก็จะมาจากการไม่ได้รับการกล่อมเกลา และผู้ป่วยกลุ่มนี้ไม่ได้เป็นโรคจิตเภท ไม่ได้ปัญญาอ่อน และไม่ได้สมองเสื่อม ต้องรับผิดชอบและถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย และหลีกเลี่ยงไม่ได้ หากครอบครัวขอความเห็นใจ สิ่งที่ต้องทำคือต้องให้หยุดการใช้ดิจิทัลทั้งหมด โดยต้องเข้าสู่กระบวนการจิตบำบัด ฝึกทักษะการสื่อสาร และต้องมีคนใกล้ชิดคอยดูแลอย่างใกล้ชิด ทั้งหมดนี้จะต้องดำเนินควบคู่ไปกับการถูกดำเนินคดีทางกฎหมายตามปกติอีกด้วย”




