"สส.ก้าวไกล" เสนอสธ.เพิ่มกำลังคน–กองทุนฟื้นฟู LTC ลดความเสี่ยงพิการถาวรและปัญหา PTSD
"กัลยพัชร" สส.ก้าวไกลชี้ คนพิการ–ผู้ป่วยติดเตียงถูกละเลยในเหตุอพยพชายแดนไทยกัมพูชา เสนอให้ สธ. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับมาตรฐานศูนย์อพยพ เพิ่มบุคลากรด้านสุขภาพจิตและกองทุนฟื้นฟู LTC ลดความเสี่ยงพิการถาวรและปัญหา PTSD
เมื่อวันที่ 28 ส.ค. ที่รัฐสภา นางสาวกัลยพัชร รจิตโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ถึงประเด็นสถานการณ์ความขัดแย้งชายแดนไทยกัมพูชา ว่า สถานการณ์ความขัดแย้งชายแดนไทยกัมพูชาที่ผ่านมาได้สะท้อนว่า คนพิการและผู้ป่วยกลุ่มติดเตียงเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด
ในศูนย์อพยพกลุ่มคนเหล่านี้มักถูกลืม เพราะอยู่คนเดียวตามลำพัง จึงออกจากพื้นที่เสี่ยงเป็นกลุ่มหลังสุดเสมอ เมื่อมาถึงศูนย์อพยพก็ขาดที่นอนป้องกันแผลกดทับ ต้องนอนพื้นที่แข็งๆทำให้เจ็บปวดมาก และยังขาดผ้าอ้อมสำเร็จรูป ที่สำคัญที่สุดคือขาดผู้ช่วยคนพิการหรือที่เรียกว่า “อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เพื่อช่วยเหลือคนพิการ (อพมก.) ”
"การขาดแคลนนี้ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้พิการเป็นอย่างยิ่ง สิ่งเหล่านี้ตอกย้ำว่า คู่มือแนวทางและมาตรฐานการอพยพในกรณีภัยพิบัติไม่ว่าจะเกิดเหตุปะทะตามแนวชายแดน หรือภัยธรรมชาติ ภัยพิบัติทางสาธารณสุข ยังไม่คำนึงถึงกลุ่มบุคคลเหล่านี้เท่าที่ควร" นางสาวกัลยพัชร กล่าว
นางสาวกัลยพัชร กล่าวต่อว่า ทั้งนี้จึงมี 3 ข้อเสนอคือ
1. ขณะที่เหตุการณ์ตามแนวชายแดนสงบ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ควรร่วมกับ องค์กรเพื่อคนพิการ สำนักป้องกันบรรเทาสาธารณะภัย กระทรวงมหาดไทย และ กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ร่วมกันปรับปรุงแนวปฏิบัติคู่มือการอพยพและมาตรฐานศูนย์อพยพ โดยให้คำนึงถึงผู้ใช้ศูนย์อพยพซึ่งเป็นกลุ่มบุคคลพิการและผู้มีภาวะพึ่งพิง เช่น การเตรียมทางลาดไว้ การเตรียมห้องน้ำที่พักให้เหมาะสมกับคนพิการ
2. การจัดการภัยพิบัติควรปรับปรุงงบประมาณและการบริหารจัดการ โดยให้ผู้จัดการศูนย์อพยพสามารถระดมกำลังคนดูแลคนพิการและของใช้ที่จำเป็นสำหรับคนพิการได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งควรซักซ้อมแผนดำเนินการอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยจากภัยพิบัติเป็นประจำ
3. ให้กระทรวงสาธารณสุข และ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพิ่มการลงทุนบริการด้านการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์ หรืออินเตอร์แคร์ (Intermediate Care : IMC) ให้มากขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงผู้ป่วยที่บาดเจ็บต้องกลายไปเป็นคนพิการถาวร และควรเพิ่มการลงทุนกำลังคนด้านสุขภาพจิตด้วย กรณีป้องกันลดผลกระทบเจ็บป่วยทางจิตเวชจากเหตุการณ์รุนแรง ที่เรียกกันว่า Post-Traumatic Stress Disorder (PTSD) ทั้งในขณะเผชิญภัยพิบัติและหลังพ้นภัยพิบัติแล้ว
"ดิฉันหวังว่าผู้บริหาร กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) จะร่วมขยับปรับปรุงดูแลคนพิการและกลุ่มเปราะบางในประเด็นนี้อย่างเร็ววัน" นางสาวกัลยพัชร กล่าวทิ้งท้าย