อาสาภาษามือ เชื่อมความเข้าใจ “สิทธิหลักประกันสุขภาพ” สู่ “คนพิการทางการได้ยิน”
อาสาสมัครภาษามือ เผยจากจุดเริ่มต้นของภาวะการได้ยินที่ลดลง สู่การเรียนภาษามือ และเข้าใจปัญหาอุปสรรคด้านการสื่อสารเพื่อเข้ารับบริการสุขภาพของคนหูหนวก พร้อมหนุน “โครงการอบรมนักสื่อสารสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติคนพิการ” ช่วยให้คนพิการเข้าถึงสิทธิอย่างทั่วถึง
วันที่ 10 พ.ค. 2569 คนหูหนวกจำนวนไม่น้อยยังเข้าไม่ถึงข้อมูลสิทธิสุขภาพ ไม่ใช่เพราะไม่สนใจ แต่เพราะรูปแบบการสื่อสารทั่วไปอาจไม่สอดคล้องกับวิธีการรับรู้ของพวกเขา หลายคนไม่รู้ว่าตนเองมีสิทธิอะไร ใช้บริการได้ที่ไหน หรือเมื่อเจ็บป่วยต้องดำเนินการอย่างไร ทำให้ “การเข้าถึงสิทธิสุขภาพ” กลายเป็นเรื่องยาก แม้สิทธินั้นจะมีอยู่แล้วก็ตาม
นางยินดี พูลวิทยกิจ วัย 70 ปี อาสาสมัครช่วยเหลือคนพิการทางการได้ยิน มูลนิธิเพื่อเด็กพิการ และวิทยากรล่ามภาษามือในโครงการอบรม “นักสื่อสารสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติคนพิการ” รุ่นที่ 1 คือหนึ่งในผู้ที่เข้าใจปัญหานี้เป็นอย่างดี จากภาวะการได้ยินที่ค่อยๆ ลดลง จนทำให้การใช้ชีวิตประจำวันต้องประสบปัญหา
นางยินดี เล่าว่า เดิมทำงานดูแลเด็กเล็ก แต่เมื่อประสาทหูเริ่มเสื่อมลง จนส่งผลต่อการทำงานและการสื่อสารในชีวิตประจำวัน จึงตัดสินใจลาออก และเริ่มมองหาวิธีที่จะช่วยให้ตนเองกลับมาสื่อสารกับผู้คนได้ดีขึ้น กระทั่งมีเพื่อนแนะนำให้ไปร่วมกิจกรรมกับกลุ่มคนพิการทางการได้ยิน และเข้าร่วมศาสนพิธีในโบสถ์ของคนหูหนวก จึงได้เรียนรู้ว่า “ภาษามือ” คือหัวใจสำคัญของการสื่อสารสำหรับคนกลุ่มนี้ จากนั้นจึงตัดสินใจเรียนภาษามืออย่างจริงจังที่โรงเรียนเศรษฐเสถียร ในพระราชูปถัมภ์ และวิทยาลัยราชสุดา มหาวิทยาลัยมหิดล จนสามารถใช้ภาษามือในการสื่อสารได้ และเริ่มนำความรู้ที่มีไปช่วยเหลือคนหูหนวกที่พบเจอในชีวิตประจำวัน
ทั้งนี้ ต่อมาได้เข้าร่วมเป็นอาสาสมัครสื่อสารภาษามือที่โรงพยาบาลเลิดสิน ทำหน้าที่คอยช่วยประสานการสื่อสารระหว่างผู้ป่วยที่เป็นคนพิการทางการได้ยิน กับบุคลากรทางการแพทย์ โดยเฉพาะในขั้นตอนการเข้ารับบริการ ซึ่งคนหูหนวกจำนวนมากไม่สามารถได้ยินเสียงเรียกคิวหรือประกาศจากเจ้าหน้าที่ได้
“เราไม่เพียงช่วยแนะนำคนหูหนวกให้สังเกตหมายเลขคิวบนหน้าจอแทนการฟังเสียงประกาศเท่านั้น แต่ยังช่วยแนะนำพยาบาลให้ใช้สัญลักษณ์มือเบื้องต้น เช่น การบอกให้นั่งรอ หรือการเรียกเข้ารับบริการ เพื่อให้การสื่อสารเข้าใจกันมากขึ้น” อาสาสมัครภาษามือ กล่าว
นางยินดี กล่าวว่า การมีอาสาสมัครที่เข้าใจทั้งภาษามือและบริบทของคนหูหนวก สามารถช่วยลดความกังวลและความเครียดให้กับคนพิการทางการได้ยินได้อย่างมาก เพราะหลายครั้งเมื่ออยู่ในสังคมหรือสถานพยาบาล พวกเขาจะไม่สามารถรับรู้ได้ว่าคนรอบข้างกำลังสื่อสารอะไรกันอยู่ จึงเกิดความไม่มั่นใจและรู้สึกแปลกแยกจากสังคม
“บางคนไม่กล้าไปโรงพยาบาลเพียงลำพัง เพราะกลัวสื่อสารไม่ได้ กลัวไม่เข้าใจขั้นตอน หรือไม่รู้ว่าตัวเองมีสิทธิอะไรบ้าง ดังนั้น เมื่อมีคนช่วยสื่อสารหรืออธิบายให้เข้าใจ เขาจะรู้สึกมั่นใจและกล้าเข้ารับบริการมากขึ้น” นางยินดี กล่าว
อาสาสมัครภาษามือ กล่าวต่อว่า นอกจากการสื่อสารในชีวิตประจำวันแล้ว เรื่องสิทธิการรักษาพยาบาลและสวัสดิการสุขภาพต่างๆ ก็ถือเป็นเรื่องสำคัญสำหรับคนพิการทางการได้ยินเช่นกัน เพราะที่ผ่านมายังมีคนหูหนวกจำนวนไม่น้อยที่เข้าไม่ถึงสิทธิ เนื่องจากขาดช่องทางการรับรู้ข้อมูลที่เหมาะสมกับกลุ่มตนเอง ดังนั้น โครงการอบรม “นักสื่อสารสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติคนพิการ” รุ่นที่ 1 ซึ่งจัดโดยสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ร่วมกับมูลนิธิเพื่อเด็กพิการ และภาคีเครือข่าย มองว่าเป็นก้าวสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำด้านการเข้าถึงข้อมูลสุขภาพของคนพิการทางการได้ยิน ซึ่งโครงการมุ่งพัฒนาคนพิการให้เป็น “นักสื่อสารสิทธิสุขภาพ” ที่สามารถนำความรู้ไปถ่ายทอดต่อในชุมชนของตนเองได้
“คนหูหนวกจะเชื่อใจและเข้าใจกันเองได้ง่าย เพราะใช้ภาษาและมีประสบการณ์ชีวิตใกล้เคียงกัน เมื่อมีคนในชุมชนเดียวกันช่วยอธิบายเรื่องสิทธิการรักษาพยาบาล หรือขั้นตอนการใช้บริการ ก็จะช่วยให้ข้อมูลกระจายไปได้รวดเร็วและเข้าใจตรงกันมากขึ้น” นางยินดี กล่าว
จุดเด่นสำคัญของโครงการนี้ อาสาสมัคร มองว่า คือการออกแบบการสื่อสารให้เหมาะกับคนพิการทางการได้ยิน โดยเน้นการใช้ภาษามือและสื่อเชิงภาพที่เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน ทำให้ผู้เข้าร่วมอบรมสามารถนำไปต่อยอดและสื่อสารกับคนหูหนวกในพื้นที่ของตนเองได้จริง
“สิทธิสุขภาพไม่ควรเป็นเรื่องยากสำหรับใคร การที่คนหูหนวกเข้าใจสิทธิของตัวเอง จะทำให้เขากล้าใช้สิทธิ กล้าเข้ารับการรักษา และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เพราะสุดท้ายแล้ว ทุกคนควรเข้าถึงระบบสุขภาพได้อย่างเท่าเทียมกัน” นางยินดี กล่าว
เว็บไซต์ Hfocus.org เจาะลึกระบบสุขภาพ




