วิจัย-นวัตกรรม-เทคโนโลยี คือโอกาสใหม่ของคนพิการไทย และพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ
นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เป็นประธานเปิดงานสัมมนาวิชาการระดับชาติด้านคนพิการ ครั้งที่ 18 (NCPD 2026) ภายใต้แนวคิด “From Learning to Earning : Innovation for Persons with Disabilities in an Inclusive Society” พร้อมปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ความก้าวหน้าทางการวิจัย วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี เปิดโอกาสและเสริมทักษะให้คนพิการไทย สู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ” โดยมีนางสาวสนธยา บุณยภูษิต อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กล่าวรายงาน พร้อมด้วย นางสาวชนก จันทาทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, นางเตือนใจ คงสมบัติ รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวง พม., รศ.ดร.สุวิทย์ แซ่เตีย อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, ศ.ดร.ธิดารัตน์ บุญมาศ รองอธิการบดีฝ่ายวิสาหกิจและสังคมยั่งยืน มหาวิทยาลัยขอนแก่น, ผู้แทนภาคีเครือข่ายภาคการศึกษา ภาครัฐ และภาคธุรกิจเอกชน, เครือข่ายองค์กรคนพิการ, คนพิการ พร้อมครอบครัวและผู้ดูแล, นักวิจัยและนักวิชาการจากทั่วประเทศ และประชาชนทั่วไป เข้าร่วม ณ สุราลัย ฮอลล์ ชั้น 7 ศูนย์การค้าไอคอนสยาม และผ่านระบบออนไลน์
นอกจากนี้ ยังมีพิธีส่งมอบธงเจ้าภาพการจัดงานสัมมนาวิชาการระดับชาติด้านคนพิการ ครั้งที่ 19 ประจำปี 2570 ให้แก่มหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อสานต่อเวทีวิชาการสำคัญของประเทศด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ สำหรับงานสัมมนาครั้งนี้จัดขึ้นโดยกระทรวง พม. โดย กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) และภาคีเครือข่ายทั่วประเทศ ภายใต้การสนับสนุนของกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ โดยมีการนำเสนอ 58 ผลงานวิจัยจากนักวิจัยทั่วประเทศใน 3 หัวข้อหลัก ได้แก่ การเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อคนพิการ การจ้างงานและการประกอบอาชีพอย่างยั่งยืน และการประยุกต์ใช้ AI และเทคโนโลยีเพื่อการเข้าถึงและคุณภาพชีวิตคนพิการ, นิทรรศการองค์ความรู้และนวัตกรรมเพื่อคนพิการจากภาคีเครือข่าย รวม 40 บูธ, การประกวดนวัตกรรมเพื่อคนพิการ Inclusive Design Challenge 2026, เวทีเสวนาทางวิชาการ และกิจกรรมเวิร์กชอปทักษะอาชีพสำหรับคนพิการ เพื่อผลักดันองค์ความรู้สู่การใช้ประโยชน์จริง
รศ. ดร. สุวิทย์ แซ่เตีย อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) กล่าวว่า บทบาทของมหาวิทยาลัยในปัจจุบันต้องก้าวข้ามการผลิตองค์ความรู้หรือผลงานวิจัย ไปสู่การผลักดันนวัตกรรมให้เกิดการใช้งานจริงและสร้างผลกระทบต่อสังคม โดยเวทีการแข่งขัน Inclusive Design Challenge 2026 รอบชิงชนะเลิศ เป็นการเปิดพื้นที่ให้นักวิจัย นักศึกษา และผู้พัฒนานวัตกรรม ร่วมสร้างสรรค์ผลงานที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนพิการ โดยผลงานจาก 10 ทีมสุดท้ายมุ่งสร้างโอกาส ลดความเหลื่อมล้ำ และยกระดับคุณภาพชีวิต พร้อมผลักดันงานวิจัยไปสู่ผลิตภัณฑ์ บริการ การจ้างงาน และการสร้างอาชีพ เพื่อให้คนพิการเข้าถึงการศึกษา การทำงาน และการใช้ชีวิตได้อย่างเท่าเทียม ตอกย้ำว่า "นวัตกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ไม่ใช่นวัตกรรมที่ซับซ้อนที่สุด แต่คือนวัตกรรมที่ทำให้ผู้คนมีชีวิตที่ดีขึ้น และทำให้สังคมก้าวไปข้างหน้าโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง"
สำหรับสุดยอดผลงาน Inclusive Design Challenge 2026 เงินรางวัลสนับสนุนโดย กองทุนส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพคนพิการ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ระบบเฝ้าระวังแรงกดทับในเบ้าขาเทียมแบบอัจฉริยะเพื่อป้องกันแผลกดทับ และส่งเสริมการกลับสู่การเรียนรู้และการประกอบอาชีพของผู้พิการขาขาด มหาวิทยาลัยพายัพ เงินรางวัล 20,000 บาทพร้อมโล่รางวัล
รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ “ห่วยใย: AI ดูแลความปลอดภัยอัจฉริยะ” เน็คแบนด์ประเมินความเสี่ยงรอบทิศทาง แปลงประสาทสัมผัส และบันทึกเหตุการณ์เรียลไทม์ เพื่อผู้สูงอายุและผู้พิการ โรงเรียนโสตศึกษาทุ่งมหาเมฆ เงินรางวัล 10,000 บาท
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 จำนวน 2 รางวัล ได้แก่ Thai Gaze-AAC ระบบสื่อสารผ่านการมองตาสำหรับคนพิการทางการเคลื่อนไหวในบริบทภาษาไทย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา และ การพัฒนาโปรแกรมแปลภาษามือแบบสองทิศทางด้วยปัญญาประดิษฐ์ โรงเรียนแก่นนครวิทยาลัย เงินรางวัลๆ ละ 5,000 บาท
รางวัลชมเชย จำนวน 2 รางวัล ได้แก่ 12Tile ระบบตาราง 9 ช่องอัจฉริยะ เพื่อพัฒนาทักษะการเคลื่อนไหว การคิด และการเรียนรู้แบบองค์รวมสำหรับผู้มีภาวะออทิสติก โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย และ ArtSense ผลงานลายไทยสัมผัสได้ชุดแรกของไทย สำหรับผู้พิการทางสายตา นางสาวบุณยวีร์ พิริยเลิศศักดิ์ Shrewsbury International School Bangkok เงินรางวัล ๆ ละ 3,000 บาท ทั้งนี้ ผลงานดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่านวัตกรรมเพื่อคนพิการไม่ได้มีบทบาทเพียงการช่วยลดข้อจำกัดในการใช้ชีวิต แต่สามารถพัฒนาไปสู่เครื่องมือสร้างโอกาสทางการศึกษา การทำงาน และเศรษฐกิจได้






