เตือนภัยสาวบ้างานระวังถึงตาย

แสดงความคิดเห็น

หญิงสาวแสดงอาการปวดหัวกับการทำงาน

สุขภาพของคนในวัยทำงานนั้น หรือสาวทำงานที่ชอบทำงานหนักนอกจากการแข่งขันแล้ว สภาวะความเครียดก็ยังมีอยู่มาก ดังนั้นจึงทำให้คนในวัยทำงานจำเป็นจะต้องแข่งขันกันตัวเองเพื่อให้ได้มา จนบางทีอาจลืมดูแลสุขภาพของตัวเองไป โรคติดงาน (Workaholic) หรือ โรคออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) มักถูกเหมาเรียกรวมว่า “โรคบ้างาน” ที่ผ่านมาพบมากในประเทศญี่ปุ่น ปัจจุบันมีให้เห็นเยอะแยะในประเทศไทย

โรคนี้มักเกิดกับผู้มีบุคลิกเป็นคนสมบูรณ์แบบ เจ้าระเบียบ ชอบแข่งขัน มีความทะเยอะทะยาน เอาจริงเอาจัง จิตใจสุขสมเมื่อได้ทำงาน หมกมุ่นคิดวนเวียนอยู่กับการทำงาน กว่าค่อนของความคิดผูกติดอยู่กับงาน งาน งาน และก็งาน

อาการเบื้องต้นด้านร่างกาย เริ่มจากปวดหัว ปวดหลัง ปวดไหล่ ปวดท้ายทอย สายตาพร่ามัว ปวดกล้ามเนื้อตา นำมาซึ่งโรคร้ายแรงต่างๆ เช่น โรคหัวใจ โรคกระเพาะ เบาหวาน และความดัน

อาการเบื้องต้นด้านอารมณ์ เริ่มจากมองอะไรขวางหูขวางตา เกรี้ยวกราดกับเพื่อนร่วมงาน การพูดคุยไม่เหมือนเดิม จะให้ความสนใจแต่เฉพาะในเรื่องของการทำงาน จนส่งผลต่อความสัมพันธ์ในครอบครัว

หนทางเยียวยา เริ่มรักษาได้ด้วยตนเอง ต้องปรับพฤติกรรมลดความเครียดจาก การทำงานที่หนักเกินพอดี ใช้เวลาทำงานกับเวลาพักผ่อนให้สมดุลกัน และควรมีการผ่อนคลายในระหว่างการทำงาน เช่น หลับตาหายใจลึกๆ สักพัก และระหว่างเวลาทำงานในทุก 1 ชั่วโมง ควรใช้สมอง 45 นาที แล้วพัก 10-15 นาที เพื่อเป็นการดูแลสุขภาพของเราไม่ให้ทำงานหนักจนเกินไป

ว่าไปแล้ว “โรคบ้างาน” ยังน้อยเกินไป ถ้าเทียบกับโรค Death from Overwork หรือโรคคาโรชิ โรคนี้เป็นแล้วตาย ต้องตายสถานเดียว!

ขอบคุณ... http://variety.teenee.com/foodforbrain/57551.html

(teenee.com ออนไลน์/มูลนิธิพัฒนาคนพิการไทย 12 พ.ย.56)

ที่มา: teenee.com ออนไลน์/มูลนิธิพัฒนาคนพิการไทย 12 พ.ย.56
วันที่โพสต์: 13/11/2556 เวลา 03:56:49 ดูภาพสไลด์โชว์ เตือนภัยสาวบ้างานระวังถึงตาย

แสดงความคิดเห็น

รอตรวจสอบ
จัดฟอร์แม็ต ดูการแสดงผล

รอตรวจสอบ

รอตรวจสอบ

รอตรวจสอบ

ยกเลิก

รายละเอียดกระทู้

หญิงสาวแสดงอาการปวดหัวกับการทำงาน สุขภาพของคนในวัยทำงานนั้น หรือสาวทำงานที่ชอบทำงานหนักนอกจากการแข่งขันแล้ว สภาวะความเครียดก็ยังมีอยู่มาก ดังนั้นจึงทำให้คนในวัยทำงานจำเป็นจะต้องแข่งขันกันตัวเองเพื่อให้ได้มา จนบางทีอาจลืมดูแลสุขภาพของตัวเองไป โรคติดงาน (Workaholic) หรือ โรคออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) มักถูกเหมาเรียกรวมว่า “โรคบ้างาน” ที่ผ่านมาพบมากในประเทศญี่ปุ่น ปัจจุบันมีให้เห็นเยอะแยะในประเทศไทย โรคนี้มักเกิดกับผู้มีบุคลิกเป็นคนสมบูรณ์แบบ เจ้าระเบียบ ชอบแข่งขัน มีความทะเยอะทะยาน เอาจริงเอาจัง จิตใจสุขสมเมื่อได้ทำงาน หมกมุ่นคิดวนเวียนอยู่กับการทำงาน กว่าค่อนของความคิดผูกติดอยู่กับงาน งาน งาน และก็งาน อาการเบื้องต้นด้านร่างกาย เริ่มจากปวดหัว ปวดหลัง ปวดไหล่ ปวดท้ายทอย สายตาพร่ามัว ปวดกล้ามเนื้อตา นำมาซึ่งโรคร้ายแรงต่างๆ เช่น โรคหัวใจ โรคกระเพาะ เบาหวาน และความดัน อาการเบื้องต้นด้านอารมณ์ เริ่มจากมองอะไรขวางหูขวางตา เกรี้ยวกราดกับเพื่อนร่วมงาน การพูดคุยไม่เหมือนเดิม จะให้ความสนใจแต่เฉพาะในเรื่องของการทำงาน จนส่งผลต่อความสัมพันธ์ในครอบครัว หนทางเยียวยา เริ่มรักษาได้ด้วยตนเอง ต้องปรับพฤติกรรมลดความเครียดจาก การทำงานที่หนักเกินพอดี ใช้เวลาทำงานกับเวลาพักผ่อนให้สมดุลกัน และควรมีการผ่อนคลายในระหว่างการทำงาน เช่น หลับตาหายใจลึกๆ สักพัก และระหว่างเวลาทำงานในทุก 1 ชั่วโมง ควรใช้สมอง 45 นาที แล้วพัก 10-15 นาที เพื่อเป็นการดูแลสุขภาพของเราไม่ให้ทำงานหนักจนเกินไป ว่าไปแล้ว “โรคบ้างาน” ยังน้อยเกินไป ถ้าเทียบกับโรค Death from Overwork หรือโรคคาโรชิ โรคนี้เป็นแล้วตาย ต้องตายสถานเดียว! ขอบคุณ... http://variety.teenee.com/foodforbrain/57551.html (teenee.com ออนไลน์/มูลนิธิพัฒนาคนพิการไทย 12 พ.ย.56)

จัดฟอร์แม็ตข้อความและมัลติมีเดีย

  1. เพิ่ม
  2. เพิ่ม ลบ
  3. เพิ่ม ลบ
  4. เพิ่ม ลบ
  5. เพิ่ม ลบ
  6. เพิ่ม ลบ
  7. เพิ่ม ลบ
  8. เพิ่ม ลบ
  9. เพิ่ม ลบ
  10. ลบ
เลือกการตกแต่งที่ต้องการ

ตกลง ยกเลิก

รายละเอียดการใส่ ลิงค์ รูปภาพ วิดีโอ เพลง (Soundcloud)

Waiting...