รวบ “หมอเถื่อน” ฉีดฟิลเลอร์สาวประเภทสองหวิดตาบอด แฉถูก ตร.เรียกรางวัลนำจับ

แสดงความคิดเห็น

MGR Online - ตร.ทุ่งสองห้อง รวบ “หมอกระเป๋า” ฉีดฟิลเลอร์สาวประเภทสองหวิดตาบอด นำผู้เสียหายชี้ตัวผู้ต้องหา ขณะที่ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม แฉมีเจ้าหน้าที่เรียกรับรางวัลนำจับ ด้านกลุ่มลูกค้าคนสนิทร่วม 5-6 คนโร่ให้กำลังใจ เผยผู้เสียหายมีปัญหาเรื่องสายตาก่อนที่จะมาใช้บริการ และรู้ว่าเป็นหมอเถื่อน

รวบ “หมอเถื่อน” ฉีดฟิลเลอร์สาวประเภทสองหวิดตาบอด แฉถูก ตร.เรียกรางวัลนำจับ

จากกรณีเมื่อวันที่ 7 ส.ค. 58 น้องน้ำเพชร สาวประเภทสอง เดินทางไปลงบันทึกประจำวันเพื่อแจ้งความดำเนินคดีต่อนายสมสกุล มูลนาค อายุ 40 ปี เนื่องจากไปใช้บริการเสริมความงามเถื่อน หรือหมอกระเป๋าแล้วเกิดผลข้างเคียงอย่างรุนแรงจนกระทั่งผ่านมา9เดือนก็ยังไม่ได้รับการติดต่อใดๆทั้งสิ้น

เมื่อวันที่ (26 มิ.ย.) ที่ สน.ทุ่งสองห้อง นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เดินทางมาพร้อมน้องน้ำเพชร (นามสมมติ) เพื่อมาชี้ตัวนางสมสกุล มูลนาค อายุ 40 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 33/2559 ลงวันที่ 5 ก.พ. 2559 ในข้อหากระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส, ประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ได้ขึ้นทะเบียนและรับอนุญาต ประกอบกิจการ และดำเนินการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาตเพื่อมาชี้ตัวผู้ต้องหาและทวงถามความคืบหน้าของคดี

นายอัจฉริยะ กล่าวว่า หลังจากที่ผู้เสียหายแจ้งความตั้งแต่ปี 2558 นั้นก็ไม่ได้รับการติดต่อใดๆ ทั้งสิ้น จนกระทั้งผู้เสียหายมาร้องที่ตนจึงได้ติดต่อมาที่เจ้าของคดีที่ สน.ทุ่งสองห้อง ว่าผู้ต้องหามีหมายจับหรือไม่ จนกระทั่งตนทราบว่าผู้ต้องหามีหมายจับ แต่ทางเจ้าหน้าที่บอกว่า จะต้องมีรางวัลนำจับซึ่งตนได้บันทึกคลิปเสียงการสนทนาไว้ทั้งหมดแล้ว และในวันนี้ได้นำคลิปเสียงดังกล่าวมายืนยัน ก่อนหน้านี้ตนได้ประสานไปยังรอง ผกก.ปราบปราม จนสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้บริเวณเลขที่ 12/60 ซอยงามวงศ์วาน 59 แยก 3-4 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. 59 เวลาประมาณ 21.00 น.ซึ่งบ้านของผู้ต้องหานั้นอยู่บริเวณใกล้เคียง สน.ทุ่งสองห้อง ทั้งนี้เรื่องที่พนักงานสอบสวนเรียกรับรางวัลนำจับนั้น ตนได้ร้องไปที่ สน.ทุ่งสองห้อง จนกระทั่งมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง

ด้านน้องน้ำเพชรกล่าวว่า ตนเองมีเพื่อนแนะนำให้ไปฉีดฟิลเลอร์กับหมอกระเป๋า จำนวน 4-5 ครั้ง ครั้งละ 3 เข็ม หรือประมาณ 9,000 บาท จนกระทั่งครั้งล่าสุดมีอาการหน้ามืด มองไม่เห็น แพทย์ได้วินิจฉัยแล้วบอกว่าเป็นอาการของยาชาไหลลงตา พักประมาณ 3-4 ชั่วโมงถึงจะหาย ตนกับเพื่อนจึงเรียกแท็กซี่กลับไปห้องพักเพื่อนอนพัก เมื่อถึงเวลา 18.00 น.ตนรู้สึกปวดตา และอาเจียน จึงไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลเจ้าพระยา และได้ตรวจเลือดบริเวณดวงตาซึ่งแพทย์พูดว่ามารักษาช้าไป ต้องรักษาตามอาการ และทำเรื่องส่งตัวไปที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ซึ่งแพทย์ระบุว่าเกิดจากสารเหลวไม่ทราบชนิดอุดตันในเส้นเลือดแดงทำให้ตามองไม่เห็น ปัจจุบันตนมองเห็นแค่พร่ามัวเท่านั้น จึงอยากฝากเตือนเพื่อนๆที่รักสวยรักงาม ให้เลือกคลินิกที่ไว้ใจได้ และอยากจะขอขอบคุณเพื่อนๆ ทุกคนที่ช่วยเรื่องเงินในการรักษาทั้งหมด เพราะตั้งแต่ตนมองไม่เห็นก็ไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ และเมื่อไปสมัครงานที่ไหนก็ไม่มีใครรับเนื่องจากมีข้อบกพร่องทางสายตา แต่ในขณะนี้ตนได้เข้าทำงานที่ที่องค์กรช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ได้ฝึกการทำอาหาร ทำขนม เรียนดนตรีและมีเงินเดือนเพื่อช่วยเหลือครอบครัวอีกด้วย

น้องน้ำเพชร สาวประเภทสอง เดินทางไปลงบันทึกประจำวันเพื่อแจ้งความดำเนินคดีต่อนายสมสกุล มูลนาค  “หมอเถื่อน” ฉีดฟิลเลอร์

น้องน้ำเพชรกล่าวอีกว่า หลังจากที่มาแจ้งความเสร็จ ทางพนักงานสอบสวนบอกว่าต้องใช้ใบรับรองผลการตรวจร่างกายจากทางแพทย์ว่าได้รับผลกระทบกระเทือนหรือไม่ เพื่อนำไปส่งศาลให้ออกหมายจับ ต่อมาหลังจากนั้น1เดือนตนได้รับการติดต่อจากพนักงานสอบสวนจะต้องมีใบรับรองผลอีก1ใบ

ทั้งนี้ มีกลุ่มลูกค้าคนสนิทของผู้ต้องหาประมาณ 5-6 คน เดินทางมาที่ สน.ทุ่งสองห้อง พร้อมเล่าว่า เรื่องที่ผู้เสียหายอ้างว่าถูกหลอกมาฉีดฟิลเลอร์นั้น ผู้เสียหายรู้มาตั้งแต่ตอนต้นแล้วว่าเป็นหมอเถื่อน และฟิลเลอร์ที่ฉีดให้เป็นซิลิโคน ซึ่งผู้ต้องหามีปัญหาด้านสายตาสั้นมาแล้วตั้งแต่ก่อนที่จะมาใช้บริการดังกล่าว อีกทั้งผู้เสียหายยังเคยอ้อนวอนให้พามาหาหมอเอง

ด้าน พ.ต.ท.สุบรรณ์ อธิเศรษฐ์ พนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง กล่าวว่า ตำรวจดำเนินคดีตามขั้นตอน และเมื่อศาลออกหมายจับก็สามารถติดตามจับนายสมสกุล นาคมูล ผู้ต้องหาได้แล้วซึ่งให้การรับสารภาพ และก่อนหน้านี้ตำรวจได้นำสำนวนส่งอัยการไปแล้ว จากนี้จะนำตัวผู้ต้องหาส่งฟ้องต่อศาลแขวงพระนครเหนือ ฐานกระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายสาหัส ประกอบวิชาชีพเวชกรรมไม่ขึ้นทะเบียนโดยไม่ได้รับอนุญาต และเปิดสถานประกอบการโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนกรณีคลิปเสียงจะต้องตรวจสอบ พร้อมรายงานผู้บังคับบัญชาโดยยืนยันว่าจะพิจารณาคดีด้วยความตรงไปตรงมาและให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย

ขอบคุณ... http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9590000063766 (ขนาดไฟล์: 64463)

ที่มา: ASTVผู้จัดการออนไลน์/มูลนิธิพัฒนาคนพิการไทย 26 มิ.ย.59
วันที่โพสต์: 27/06/2559 เวลา 10:16:41 ดูภาพสไลด์โชว์ รวบ “หมอเถื่อน” ฉีดฟิลเลอร์สาวประเภทสองหวิดตาบอด แฉถูก ตร.เรียกรางวัลนำจับ

แสดงความคิดเห็น

รอตรวจสอบ
จัดฟอร์แม็ต ดูการแสดงผล

รอตรวจสอบ

รอตรวจสอบ

รอตรวจสอบ

ยกเลิก

รายละเอียดกระทู้

MGR Online - ตร.ทุ่งสองห้อง รวบ “หมอกระเป๋า” ฉีดฟิลเลอร์สาวประเภทสองหวิดตาบอด นำผู้เสียหายชี้ตัวผู้ต้องหา ขณะที่ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม แฉมีเจ้าหน้าที่เรียกรับรางวัลนำจับ ด้านกลุ่มลูกค้าคนสนิทร่วม 5-6 คนโร่ให้กำลังใจ เผยผู้เสียหายมีปัญหาเรื่องสายตาก่อนที่จะมาใช้บริการ และรู้ว่าเป็นหมอเถื่อน รวบ “หมอเถื่อน” ฉีดฟิลเลอร์สาวประเภทสองหวิดตาบอด แฉถูก ตร.เรียกรางวัลนำจับ จากกรณีเมื่อวันที่ 7 ส.ค. 58 น้องน้ำเพชร สาวประเภทสอง เดินทางไปลงบันทึกประจำวันเพื่อแจ้งความดำเนินคดีต่อนายสมสกุล มูลนาค อายุ 40 ปี เนื่องจากไปใช้บริการเสริมความงามเถื่อน หรือหมอกระเป๋าแล้วเกิดผลข้างเคียงอย่างรุนแรงจนกระทั่งผ่านมา9เดือนก็ยังไม่ได้รับการติดต่อใดๆทั้งสิ้น เมื่อวันที่ (26 มิ.ย.) ที่ สน.ทุ่งสองห้อง นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เดินทางมาพร้อมน้องน้ำเพชร (นามสมมติ) เพื่อมาชี้ตัวนางสมสกุล มูลนาค อายุ 40 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 33/2559 ลงวันที่ 5 ก.พ. 2559 ในข้อหากระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส, ประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ได้ขึ้นทะเบียนและรับอนุญาต ประกอบกิจการ และดำเนินการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาตเพื่อมาชี้ตัวผู้ต้องหาและทวงถามความคืบหน้าของคดี นายอัจฉริยะ กล่าวว่า หลังจากที่ผู้เสียหายแจ้งความตั้งแต่ปี 2558 นั้นก็ไม่ได้รับการติดต่อใดๆ ทั้งสิ้น จนกระทั้งผู้เสียหายมาร้องที่ตนจึงได้ติดต่อมาที่เจ้าของคดีที่ สน.ทุ่งสองห้อง ว่าผู้ต้องหามีหมายจับหรือไม่ จนกระทั่งตนทราบว่าผู้ต้องหามีหมายจับ แต่ทางเจ้าหน้าที่บอกว่า จะต้องมีรางวัลนำจับซึ่งตนได้บันทึกคลิปเสียงการสนทนาไว้ทั้งหมดแล้ว และในวันนี้ได้นำคลิปเสียงดังกล่าวมายืนยัน ก่อนหน้านี้ตนได้ประสานไปยังรอง ผกก.ปราบปราม จนสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้บริเวณเลขที่ 12/60 ซอยงามวงศ์วาน 59 แยก 3-4 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. 59 เวลาประมาณ 21.00 น.ซึ่งบ้านของผู้ต้องหานั้นอยู่บริเวณใกล้เคียง สน.ทุ่งสองห้อง ทั้งนี้เรื่องที่พนักงานสอบสวนเรียกรับรางวัลนำจับนั้น ตนได้ร้องไปที่ สน.ทุ่งสองห้อง จนกระทั่งมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ด้านน้องน้ำเพชรกล่าวว่า ตนเองมีเพื่อนแนะนำให้ไปฉีดฟิลเลอร์กับหมอกระเป๋า จำนวน 4-5 ครั้ง ครั้งละ 3 เข็ม หรือประมาณ 9,000 บาท จนกระทั่งครั้งล่าสุดมีอาการหน้ามืด มองไม่เห็น แพทย์ได้วินิจฉัยแล้วบอกว่าเป็นอาการของยาชาไหลลงตา พักประมาณ 3-4 ชั่วโมงถึงจะหาย ตนกับเพื่อนจึงเรียกแท็กซี่กลับไปห้องพักเพื่อนอนพัก เมื่อถึงเวลา 18.00 น.ตนรู้สึกปวดตา และอาเจียน จึงไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลเจ้าพระยา และได้ตรวจเลือดบริเวณดวงตาซึ่งแพทย์พูดว่ามารักษาช้าไป ต้องรักษาตามอาการ และทำเรื่องส่งตัวไปที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ซึ่งแพทย์ระบุว่าเกิดจากสารเหลวไม่ทราบชนิดอุดตันในเส้นเลือดแดงทำให้ตามองไม่เห็น ปัจจุบันตนมองเห็นแค่พร่ามัวเท่านั้น จึงอยากฝากเตือนเพื่อนๆที่รักสวยรักงาม ให้เลือกคลินิกที่ไว้ใจได้ และอยากจะขอขอบคุณเพื่อนๆ ทุกคนที่ช่วยเรื่องเงินในการรักษาทั้งหมด เพราะตั้งแต่ตนมองไม่เห็นก็ไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ และเมื่อไปสมัครงานที่ไหนก็ไม่มีใครรับเนื่องจากมีข้อบกพร่องทางสายตา แต่ในขณะนี้ตนได้เข้าทำงานที่ที่องค์กรช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ได้ฝึกการทำอาหาร ทำขนม เรียนดนตรีและมีเงินเดือนเพื่อช่วยเหลือครอบครัวอีกด้วย น้องน้ำเพชร สาวประเภทสอง เดินทางไปลงบันทึกประจำวันเพื่อแจ้งความดำเนินคดีต่อนายสมสกุล มูลนาค “หมอเถื่อน” ฉีดฟิลเลอร์ น้องน้ำเพชรกล่าวอีกว่า หลังจากที่มาแจ้งความเสร็จ ทางพนักงานสอบสวนบอกว่าต้องใช้ใบรับรองผลการตรวจร่างกายจากทางแพทย์ว่าได้รับผลกระทบกระเทือนหรือไม่ เพื่อนำไปส่งศาลให้ออกหมายจับ ต่อมาหลังจากนั้น1เดือนตนได้รับการติดต่อจากพนักงานสอบสวนจะต้องมีใบรับรองผลอีก1ใบ ทั้งนี้ มีกลุ่มลูกค้าคนสนิทของผู้ต้องหาประมาณ 5-6 คน เดินทางมาที่ สน.ทุ่งสองห้อง พร้อมเล่าว่า เรื่องที่ผู้เสียหายอ้างว่าถูกหลอกมาฉีดฟิลเลอร์นั้น ผู้เสียหายรู้มาตั้งแต่ตอนต้นแล้วว่าเป็นหมอเถื่อน และฟิลเลอร์ที่ฉีดให้เป็นซิลิโคน ซึ่งผู้ต้องหามีปัญหาด้านสายตาสั้นมาแล้วตั้งแต่ก่อนที่จะมาใช้บริการดังกล่าว อีกทั้งผู้เสียหายยังเคยอ้อนวอนให้พามาหาหมอเอง ด้าน พ.ต.ท.สุบรรณ์ อธิเศรษฐ์ พนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง กล่าวว่า ตำรวจดำเนินคดีตามขั้นตอน และเมื่อศาลออกหมายจับก็สามารถติดตามจับนายสมสกุล นาคมูล ผู้ต้องหาได้แล้วซึ่งให้การรับสารภาพ และก่อนหน้านี้ตำรวจได้นำสำนวนส่งอัยการไปแล้ว จากนี้จะนำตัวผู้ต้องหาส่งฟ้องต่อศาลแขวงพระนครเหนือ ฐานกระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายสาหัส ประกอบวิชาชีพเวชกรรมไม่ขึ้นทะเบียนโดยไม่ได้รับอนุญาต และเปิดสถานประกอบการโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนกรณีคลิปเสียงจะต้องตรวจสอบ พร้อมรายงานผู้บังคับบัญชาโดยยืนยันว่าจะพิจารณาคดีด้วยความตรงไปตรงมาและให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย ขอบคุณ... http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9590000063766

จัดฟอร์แม็ตข้อความและมัลติมีเดีย

  1. เพิ่ม
  2. เพิ่ม ลบ
  3. เพิ่ม ลบ
  4. เพิ่ม ลบ
  5. เพิ่ม ลบ
  6. เพิ่ม ลบ
  7. เพิ่ม ลบ
  8. เพิ่ม ลบ
  9. เพิ่ม ลบ
  10. ลบ
เลือกการตกแต่งที่ต้องการ

ตกลง ยกเลิก

รายละเอียดการใส่ ลิงค์ รูปภาพ วิดีโอ เพลง (Soundcloud)

Waiting...