ภาคีเครือข่ายคนพิการ เสนอ ‘บริการ ม. 3 บัตรทอง’ เชื่อมสุขภาพ-สังคม-ชุมชน
[/p]
นายชูศักดิ์ จันทยานนท์ นายกสมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิซึม (ไทย) เปิดเผยว่า การจัดบริการโดยเครือข่ายผู้ปกครองและภาคประชาชนมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนออทิสติกมาต่อเนื่องกว่า 20 ปี ปัจจุบันมีศูนย์บริการคนพิการออทิสติก ศูนย์ส่งเสริมทักษะชีวิต และศูนย์อาชีพออทิสติกไทย รวม 54 แห่งทั่วประเทศ ดูแลเด็กออทิสติกเฉลี่ยวันละ 1,000-1,200 คน พร้อมช่วยผลักดันตั้งแต่การพัฒนาทักษะ การศึกษา ไปจนถึงการเตรียมความพร้อมด้านอาชีพและการจ้างงาน
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาเครือข่ายออทิสติกได้เปลี่ยนมุมมองของสังคม จากเดิมที่เชื่อว่าเด็กออทิสติกไม่สามารถพัฒนาได้ สู่การสร้างความเข้าใจใหม่ว่า เด็กออทิสติกสามารถเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพได้ หากได้รับการสนับสนุนอย่างเหมาะสม ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ทั้งด้านการศึกษา การใช้ชีวิต และการเข้าสู่ตลาดแรงงาน ขณะเดียวกันยังมีการพัฒนาฐานข้อมูลผ่านแพลตฟอร์ม STS เพื่อช่วยติดตามและเชื่อมโยงการดูแลกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ร่วมกับภาคเอกชนและเครือข่ายต่างๆ
นายชูศักดิ์กล่าวด้วยว่า หัวใจสำคัญของหน่วยบริการตามมาตรา 3 คือ การทำงานแบบ “เพื่อนช่วยเพื่อน” และการสนับสนุนโดยครอบครัวหรือผู้มีประสบการณ์ตรง ซึ่งแตกต่างจากบริการโดยวิชาชีพ จึงควรกำหนดขอบเขตบทบาทให้ชัด เช่น การรักษาหรือฟื้นฟูเฉพาะทางยังเป็นหน้าที่ของนักวิชาชีพ ขณะที่การส่งเสริมพัฒนาการ การใช้ชีวิต หรือการดูแลต่อเนื่องในชุมชน เป็นส่วนที่ภาคประชาชนสามารถเข้ามาเติมเต็มได้
“สิ่งสำคัญคือการทำให้ระบบต่าง ๆ เชื่อมโยงและเสริมกัน ไม่ใช่ซ้ำซ้อนกัน ทั้งระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กองทุนคนพิการ และหน่วยงานด้านสังคม เพื่อให้คนพิการเข้าถึงบริการได้ครบวงจรมากขึ้น” นายกสมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิซึม (ไทย) กล่าว
ด้าน นายอนรรฆ พิทักษ์ธานิน ประธานคณะทำงานกลุ่มคนไทยที่มีปัญหาสถานะทางทะเบียน กล่าวว่า หน่วยบริการตามมาตรา 3 ควรยึดหลักการเป็นบริการที่ช่วยเติมเต็มในส่วนที่หน่วยบริการหลักยังดูแลได้ไม่ครอบคลุม โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางหรือคนพิการที่ยังมีข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการสุขภาพ
อย่างไรก็ดี แม้ว่ามาตรฐานจะเป็นเรื่องจำเป็น แต่การออกแบบมาตรฐานนั้น ต้องไม่แข็งตัวจนทำให้เครือข่ายภาคประชาชนทำงานได้ยาก หรือสูญเสียอัตลักษณ์ของการทำงานใกล้ชิดชุมชน เพราะจุดแข็งของภาคประชาชนคือความเข้าใจปัญหาจากประสบการณ์จริง และเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยอุดช่องว่างของระบบบริการสุขภาพ โดยเฉพาะในช่วงที่บุคลากรวิชาชีพยังมีไม่เพียงพอ
ภาคีเครือข่ายคนพิการ เสนอ ‘บริการ ม. 3 บัตรทอง’ เชื่อมสุขภาพ-สังคม-ชุมชน