การได้ยิน...ปัญหาใหญ่ที่ไม่ควรมองข้าม

แสดงความคิดเห็น

หู

ปัญหาหูหนวก หูตึง โรคหู เสียงรบกวนในหู เวียนหัวบ้านหมุน เป็นปัญหาที่พบบ่อยในทางการแพทย์ อีกทั้งในปัจจุบันการดำเนินชีวิตประจำวันมีการใช้เครื่องมือสื่อสาร โทรศัพท์มือถืออยู่เกือบตลอดเวลา รวมถึงเครื่องอำนวยความสะดวก เกิดหูอื้อ หูตึง หูมีเสียงรบกวน แหล่งบันเทิง ซึ่งก่อให้เกิดความเสี่ยงและอันตรายที่เกิดจากมลภาวะทางเสียงเพิ่มมากขึ้น เป็นเหตุให้เกิดอันตรายขึ้นกับหู ทำให้คุณภาพชีวิตต่ำลง ทั้งๆ ที่เป็นปัญหาที่ป้องกันได้ รักษาได้ แก้ไขได้ ถ้าประชาชนและผู้เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะแพทย์ทั่วไป และแพทย์เฉพาะทาง สามารถเข้าถึงและเข้าใจปัญหา องค์การอนามัยโลกได้ประเมินว่า ทั่วโลกมีคนมีปัญหาทางการได้ยิน ถึง 450 ล้านคน และ ร้อยละ 50 สามารถป้องกันได้

ศ.เกียรติคุณ พ.ญ.สุจิตรา ประสานสุข ที่ปรึกษาอาวุโส องค์การอนามัยโลก และประธานองค์กรเพื่อการได้ยินนานาชาติ ผู้อำนวยการศูนย์การได้ยิน การพูด การทรงตัว เสียงในหู ของโรงพยาบาลกรุงเทพ เปิดเผยว่า ทารกแรกเกิดจำนวน 3 ใน 1,000 ราย มีความพิการทางการได้ยิน หรืออาการหูตึงมาแต่กำเนิด ซึ่งจะส่งผลต่อพัฒนาการโดยรวม และโดยเฉพาะการพูด สำหรับการพิการทางการได้ยินแต่กำเนิด อาจมีสาเหตุมาจากโรคทางพันธุกรรม ซึ่งหากบิดาหรือมารดามีประวัติบุคคลในครอบครัวพิการทางการได้ยินแต่กำเนิด นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากโรคในมารดาระหว่างตั้งครรภ์ อาทิ โรคหัดเยอรมัน โรคครรภ์เป็นพิษ การคลอดผิดปกติหรือล่าช้าจนเด็กขาดออกซิเจน ตัวเหลือง ลูกจะมีโอกาสหูตึงถึงร้อยละ 3 รวมทั้งคลอดก่อนกำหนดและต้องเข้าตู้อบ สิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลให้หูชั้นในผิดปกติหรือสมองพิการ ทำให้สูญเสียการได้ยิน ซึ่งในปัจจุบันเราสามารถตรวจคัดกรองได้ตั้งแต่ทารกแรกเกิด ใช้เวลาประมาณ 5 นาที และหากว่าไม่ผ่านสงสัยว่าหูหนวกหรือหูตึง ควรตรวจยืนยันภายในเวลา 6 เดือนแรก จะทำให้การรักษาและฟื้นฟูบำบัดโดยใช้เครื่องช่วยการได้ยิน รวมทั้งการผ่าตัดใส่ประสาทหูเทียมและสอนพูดได้ทันเวลา เพื่อไม่ให้อาการหูตึง หูหนวกเป็นเหตุให้ไม่สามารถพูดได้ หรือเป็นใบ้ในที่สุด หากพบแพทย์ช้า การฟื้นฟูจะเป็นไปได้ยาก เพราะพัฒนาการทางสมองส่วนการได้ยินจะสูญเสียไปภายใน 2 ขวบ ดังนั้น การฟื้นฟูอาการหูตึงในเด็กแรกเกิด ควรทำตั้งแต่ก่อนอายุ 1 ขวบ เนื่องจากจะสามารถเสริมทักษะต่างๆ ได้ง่าย แต่ถ้าหากอายุเกิน 3 ขวบ การฟื้นฟูจะยากหรืออาจไม่เกิดผล เพราะสมองที่พัฒนาการพูดหยุดชะงัก อย่างไรก็ตาม หากเด็กไม่ได้ผ่านการตรวจวินิจฉัยตั้งแต่แรกเกิด ผู้ปกครองสามารถสังเกตอาการเริ่มต้นได้ อาทิ เด็กไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองต่อเสียงหรือพูดด้วยไม่หัน ไม่รับรู้ ตรวจวินิจฉัยตลอดจนการไม่เลียนเสียงพ่อแม่ ออกเสียงไม่ชัดเจน การให้การรักษาฟื้นฟู ตามช่วงเวลาที่พบ ตลอดจนควรเน้นการป้องกัน วิทยากรจะให้ความรู้ในการเลือกเครื่องช่วยฟังที่เหมาะสมกับเด็กแต่ละคน ซึ่งไม่เหมือนกัน ส่วนการใช้การผ่าตัดฝังประสาทหูเทียมทำได้ในบางรายเท่านั้น

สำหรับการเสียการได้ยินในผู้ใหญ่ นอกเหนือจากหูตึงตามอายุขัย ปัจจุบัน ในโลกแห่งเทคโนโลยีมีการใช้เสียงดังอย่างฟุ่มเฟือย มีทั้งคุยโทรศัพท์ ดูหนัง ฟังเพลง ไปเข้าผับ เข้าเธค การฟังโทรศัพท์ ฟังเพลงทั้งวันทั้งคืน เอาหูฟังยัดใส่หู ฟังเพลงทั้งในรถบนดิน รถใต้ดิน แข่งกับเสียงดังในสิ่งแวดล้อมรอบตัว สถานบันเทิงเริงรมย์ ศูนย์การค้าก็แข่งเสียงโฆษณา วัยรุ่นจึงหูตึงตั้งแต่ยังไม่แก่ นอกเหนือจากการเป็นโลกแห่งอุตสาหกรรม ที่มีโรงงานเกิดขึ้นมากมาย นอกจากมลภาวะทางเสียงแล้ว ยังมีมลภาวะทางอากาศ และมลภาวะทางจิตใจด้วย ประชากรจะมีอาการหูตึง มีเสียงรบกวนในหู และเกิดโรคอื่นๆ แทรกเช่น ความดันโลหิตสูง นอกเหนือจากการทำงานในโรงงานเสียงดังตามอาชีพที่ต้องเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง เหล่านี้เป็นปัญหาที่ควรได้รับการแก้ไข เยียวยา และป้องกัน เริ่มที่การตรวจวินิจฉัยแต่เนิ่นๆ ก่อนเกิดการสูญเสียถาวร

นอกจากนี้ผู้ใหญ่มีโอกาสเกิดเสียการได้ยินจากโรคต่างๆ เช่น เบาหวาน ความดัน โรคหัวใจ ไขมันสูง ตลอดจนยาบางอย่างที่ทำลายประสาทรับเสียง เสียการได้ยิน อาจแยกแยะเป็นหูชั้นกลางเสีย ประสาทรับเสียงเสีย ตลอดจน โรคสมอง และเนื้องอกในสมอง เหล่านี้อาจตรวจวินิจฉัย และให้การรักษาได้แต่เนิ่นๆ โดยเฉพาะการเสียการได้ยินแบบเฉียบพลัน ต้องรักษาด่วน แพทย์จะให้ความรู้ในการตรวจวินิจฉัยแยกโรค ตลอดจนการรักษาทางยา และการใช้เครื่องช่วยฟัง แล้วแต่ลักษณะการสูญเสีย

การมีเสียงรบกวนในหู อาจเกิดจาก หูตึง โรคหู หรือเกิดจากโรคทางสมอง หลายคนทรมาน นอนไม่หลับอยากฆ่าตัวตาย ไปหาแพทย์ก็ไม่ได้ความกระจ่างนอกจากบอกว่า ไม่มีวันหายและไม่มียารักษา ทั้งๆ ที่ยังมิได้ตรวจอะไรเลย และบางกรณีอาจเป็นเนื้องอกในสมอง ทุกคนควรช่วยกันลดเสียงที่ทุกคนก่อขึ้น และพยายามใช้เสียงเท่าที่จำเป็นในทุกสภาวการณ์ ทุกระดับความเป็นอยู่ เราก็จะอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดเสียงดัง ไม่รบกวนกายใจสมองและหู

อาการเวียนหัวบ้านหมุน ผู้ป่วยและแพทย์ทั่วไป คิดอยู่เพียง 2 กรณี คือ น้ำในหูไม่เท่ากัน และหินปูนในหูหลุดเคลื่อน ทั้งๆ ที่ยังมีโรคอื่นอีกมากมาย ตั้งแต่โรคหวัดไปหู โรคหูชั้นกลางอักเสบ โรคหูชั้นใน ไวรัสไปหู หูชั้นในติดเชื้อ เช่น หูน้ำหนวก โรคทางกาย เบาหวานความดัน ไขมันสูง การตรวจวินิจฉัยแยกโรคสามารถแยกตำแหน่งพยาธิสภาพได้ ว่า เสีย ณ ที่ใด และควรให้การรักษาอย่างไร ตรวจวินิจฉัย ระบบทรงตัว ระบบสมอง และการให้การรักษาทางยา ในโรคต่างๆ ที่มิใช่การให้ยาระงับอาการเวียนศีรษะเท่านั้น

ขณะนี้ทั่วโลกได้มีการรณรงค์ เพื่อการได้ยินดีถ้วนหน้า “Hearing For All” โดยสมาคมวิชาชีพ ได้แก่ สหพันธ์โสต ศอ นาสิกแพทย์แห่งโลก สมาคมโสตสัมผัสนานาชาติ และองค์กรเพื่อการได้ยินนานาชาติ “Hearing International” ซึ่งเป็นองค์กรการกุศล และมีเครือข่ายระดับนานาชาติ ไปทั่วโลก โดยศูนย์การได้ยิน การพูด การทรงตัว เสียงในหูของโรงพยาบาลกรุงเทพ จะร่วมกับองค์กรเพื่อการได้ยินนานาชาติ Hearing International และศูนย์โสตประสาทการได้ยินกรุงเทพ ศูนย์ประสานงานขององค์การอนามัยโลก คณะแพทยศาสตร์ศิริราช จัดประชุมวิชาการระดับนานาชาติ โดยมีวิทยากรระดับนานาชาติจาก สหรัฐอเมริกา ยุโรป และ อาเซียน ในระหว่างวันที่ 22-24 ต.ค.56 เวลา 08.00-16.30 น. ที่ห้องประชุม น.พ.พงษ์ศักดิ์ วิทยากร ชั้น 7 อาคารเวชศาสตร์ฟื้นฟูโรงพยาบาลกรุงเทพ เป็นเวลา 3 วัน

ขอบคุณ... http://www.banmuang.co.th/2013/10/การได้ยิน-ปัญหาที่ไม่คว/

(บ้านเมืองออนไลน์/มูลนิธิพัฒนาคนพิการไทย 20 ต.ค.56 )

ที่มา: บ้านเมืองออนไลน์/มูลนิธิพัฒนาคนพิการไทย 20 ต.ค.56
วันที่โพสต์: 20/10/2556 เวลา 02:49:53 ดูภาพสไลด์โชว์ การได้ยิน...ปัญหาใหญ่ที่ไม่ควรมองข้าม

แสดงความคิดเห็น

รอตรวจสอบ
จัดฟอร์แม็ต ดูการแสดงผล

รอตรวจสอบ

รอตรวจสอบ

รอตรวจสอบ

ยกเลิก

รายละเอียดกระทู้

หู ปัญหาหูหนวก หูตึง โรคหู เสียงรบกวนในหู เวียนหัวบ้านหมุน เป็นปัญหาที่พบบ่อยในทางการแพทย์ อีกทั้งในปัจจุบันการดำเนินชีวิตประจำวันมีการใช้เครื่องมือสื่อสาร โทรศัพท์มือถืออยู่เกือบตลอดเวลา รวมถึงเครื่องอำนวยความสะดวก เกิดหูอื้อ หูตึง หูมีเสียงรบกวน แหล่งบันเทิง ซึ่งก่อให้เกิดความเสี่ยงและอันตรายที่เกิดจากมลภาวะทางเสียงเพิ่มมากขึ้น เป็นเหตุให้เกิดอันตรายขึ้นกับหู ทำให้คุณภาพชีวิตต่ำลง ทั้งๆ ที่เป็นปัญหาที่ป้องกันได้ รักษาได้ แก้ไขได้ ถ้าประชาชนและผู้เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะแพทย์ทั่วไป และแพทย์เฉพาะทาง สามารถเข้าถึงและเข้าใจปัญหา องค์การอนามัยโลกได้ประเมินว่า ทั่วโลกมีคนมีปัญหาทางการได้ยิน ถึง 450 ล้านคน และ ร้อยละ 50 สามารถป้องกันได้ ศ.เกียรติคุณ พ.ญ.สุจิตรา ประสานสุข ที่ปรึกษาอาวุโส องค์การอนามัยโลก และประธานองค์กรเพื่อการได้ยินนานาชาติ ผู้อำนวยการศูนย์การได้ยิน การพูด การทรงตัว เสียงในหู ของโรงพยาบาลกรุงเทพ เปิดเผยว่า ทารกแรกเกิดจำนวน 3 ใน 1,000 ราย มีความพิการทางการได้ยิน หรืออาการหูตึงมาแต่กำเนิด ซึ่งจะส่งผลต่อพัฒนาการโดยรวม และโดยเฉพาะการพูด สำหรับการพิการทางการได้ยินแต่กำเนิด อาจมีสาเหตุมาจากโรคทางพันธุกรรม ซึ่งหากบิดาหรือมารดามีประวัติบุคคลในครอบครัวพิการทางการได้ยินแต่กำเนิด นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากโรคในมารดาระหว่างตั้งครรภ์ อาทิ โรคหัดเยอรมัน โรคครรภ์เป็นพิษ การคลอดผิดปกติหรือล่าช้าจนเด็กขาดออกซิเจน ตัวเหลือง ลูกจะมีโอกาสหูตึงถึงร้อยละ 3 รวมทั้งคลอดก่อนกำหนดและต้องเข้าตู้อบ สิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลให้หูชั้นในผิดปกติหรือสมองพิการ ทำให้สูญเสียการได้ยิน ซึ่งในปัจจุบันเราสามารถตรวจคัดกรองได้ตั้งแต่ทารกแรกเกิด ใช้เวลาประมาณ 5 นาที และหากว่าไม่ผ่านสงสัยว่าหูหนวกหรือหูตึง ควรตรวจยืนยันภายในเวลา 6 เดือนแรก จะทำให้การรักษาและฟื้นฟูบำบัดโดยใช้เครื่องช่วยการได้ยิน รวมทั้งการผ่าตัดใส่ประสาทหูเทียมและสอนพูดได้ทันเวลา เพื่อไม่ให้อาการหูตึง หูหนวกเป็นเหตุให้ไม่สามารถพูดได้ หรือเป็นใบ้ในที่สุด หากพบแพทย์ช้า การฟื้นฟูจะเป็นไปได้ยาก เพราะพัฒนาการทางสมองส่วนการได้ยินจะสูญเสียไปภายใน 2 ขวบ ดังนั้น การฟื้นฟูอาการหูตึงในเด็กแรกเกิด ควรทำตั้งแต่ก่อนอายุ 1 ขวบ เนื่องจากจะสามารถเสริมทักษะต่างๆ ได้ง่าย แต่ถ้าหากอายุเกิน 3 ขวบ การฟื้นฟูจะยากหรืออาจไม่เกิดผล เพราะสมองที่พัฒนาการพูดหยุดชะงัก อย่างไรก็ตาม หากเด็กไม่ได้ผ่านการตรวจวินิจฉัยตั้งแต่แรกเกิด ผู้ปกครองสามารถสังเกตอาการเริ่มต้นได้ อาทิ เด็กไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองต่อเสียงหรือพูดด้วยไม่หัน ไม่รับรู้ ตรวจวินิจฉัยตลอดจนการไม่เลียนเสียงพ่อแม่ ออกเสียงไม่ชัดเจน การให้การรักษาฟื้นฟู ตามช่วงเวลาที่พบ ตลอดจนควรเน้นการป้องกัน วิทยากรจะให้ความรู้ในการเลือกเครื่องช่วยฟังที่เหมาะสมกับเด็กแต่ละคน ซึ่งไม่เหมือนกัน ส่วนการใช้การผ่าตัดฝังประสาทหูเทียมทำได้ในบางรายเท่านั้น สำหรับการเสียการได้ยินในผู้ใหญ่ นอกเหนือจากหูตึงตามอายุขัย ปัจจุบัน ในโลกแห่งเทคโนโลยีมีการใช้เสียงดังอย่างฟุ่มเฟือย มีทั้งคุยโทรศัพท์ ดูหนัง ฟังเพลง ไปเข้าผับ เข้าเธค การฟังโทรศัพท์ ฟังเพลงทั้งวันทั้งคืน เอาหูฟังยัดใส่หู ฟังเพลงทั้งในรถบนดิน รถใต้ดิน แข่งกับเสียงดังในสิ่งแวดล้อมรอบตัว สถานบันเทิงเริงรมย์ ศูนย์การค้าก็แข่งเสียงโฆษณา วัยรุ่นจึงหูตึงตั้งแต่ยังไม่แก่ นอกเหนือจากการเป็นโลกแห่งอุตสาหกรรม ที่มีโรงงานเกิดขึ้นมากมาย นอกจากมลภาวะทางเสียงแล้ว ยังมีมลภาวะทางอากาศ และมลภาวะทางจิตใจด้วย ประชากรจะมีอาการหูตึง มีเสียงรบกวนในหู และเกิดโรคอื่นๆ แทรกเช่น ความดันโลหิตสูง นอกเหนือจากการทำงานในโรงงานเสียงดังตามอาชีพที่ต้องเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง เหล่านี้เป็นปัญหาที่ควรได้รับการแก้ไข เยียวยา และป้องกัน เริ่มที่การตรวจวินิจฉัยแต่เนิ่นๆ ก่อนเกิดการสูญเสียถาวร นอกจากนี้ผู้ใหญ่มีโอกาสเกิดเสียการได้ยินจากโรคต่างๆ เช่น เบาหวาน ความดัน โรคหัวใจ ไขมันสูง ตลอดจนยาบางอย่างที่ทำลายประสาทรับเสียง เสียการได้ยิน อาจแยกแยะเป็นหูชั้นกลางเสีย ประสาทรับเสียงเสีย ตลอดจน โรคสมอง และเนื้องอกในสมอง เหล่านี้อาจตรวจวินิจฉัย และให้การรักษาได้แต่เนิ่นๆ โดยเฉพาะการเสียการได้ยินแบบเฉียบพลัน ต้องรักษาด่วน แพทย์จะให้ความรู้ในการตรวจวินิจฉัยแยกโรค ตลอดจนการรักษาทางยา และการใช้เครื่องช่วยฟัง แล้วแต่ลักษณะการสูญเสีย การมีเสียงรบกวนในหู อาจเกิดจาก หูตึง โรคหู หรือเกิดจากโรคทางสมอง หลายคนทรมาน นอนไม่หลับอยากฆ่าตัวตาย ไปหาแพทย์ก็ไม่ได้ความกระจ่างนอกจากบอกว่า ไม่มีวันหายและไม่มียารักษา ทั้งๆ ที่ยังมิได้ตรวจอะไรเลย และบางกรณีอาจเป็นเนื้องอกในสมอง ทุกคนควรช่วยกันลดเสียงที่ทุกคนก่อขึ้น และพยายามใช้เสียงเท่าที่จำเป็นในทุกสภาวการณ์ ทุกระดับความเป็นอยู่ เราก็จะอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดเสียงดัง ไม่รบกวนกายใจสมองและหู อาการเวียนหัวบ้านหมุน ผู้ป่วยและแพทย์ทั่วไป คิดอยู่เพียง 2 กรณี คือ น้ำในหูไม่เท่ากัน และหินปูนในหูหลุดเคลื่อน ทั้งๆ ที่ยังมีโรคอื่นอีกมากมาย ตั้งแต่โรคหวัดไปหู โรคหูชั้นกลางอักเสบ โรคหูชั้นใน ไวรัสไปหู หูชั้นในติดเชื้อ เช่น หูน้ำหนวก โรคทางกาย เบาหวานความดัน ไขมันสูง การตรวจวินิจฉัยแยกโรคสามารถแยกตำแหน่งพยาธิสภาพได้ ว่า เสีย ณ ที่ใด และควรให้การรักษาอย่างไร ตรวจวินิจฉัย ระบบทรงตัว ระบบสมอง และการให้การรักษาทางยา ในโรคต่างๆ ที่มิใช่การให้ยาระงับอาการเวียนศีรษะเท่านั้น ขณะนี้ทั่วโลกได้มีการรณรงค์ เพื่อการได้ยินดีถ้วนหน้า “Hearing For All” โดยสมาคมวิชาชีพ ได้แก่ สหพันธ์โสต ศอ นาสิกแพทย์แห่งโลก สมาคมโสตสัมผัสนานาชาติ และองค์กรเพื่อการได้ยินนานาชาติ “Hearing International” ซึ่งเป็นองค์กรการกุศล และมีเครือข่ายระดับนานาชาติ ไปทั่วโลก โดยศูนย์การได้ยิน การพูด การทรงตัว เสียงในหูของโรงพยาบาลกรุงเทพ จะร่วมกับองค์กรเพื่อการได้ยินนานาชาติ Hearing International และศูนย์โสตประสาทการได้ยินกรุงเทพ ศูนย์ประสานงานขององค์การอนามัยโลก คณะแพทยศาสตร์ศิริราช จัดประชุมวิชาการระดับนานาชาติ โดยมีวิทยากรระดับนานาชาติจาก สหรัฐอเมริกา ยุโรป และ อาเซียน ในระหว่างวันที่ 22-24 ต.ค.56 เวลา 08.00-16.30 น. ที่ห้องประชุม น.พ.พงษ์ศักดิ์ วิทยากร ชั้น 7 อาคารเวชศาสตร์ฟื้นฟูโรงพยาบาลกรุงเทพ เป็นเวลา 3 วัน ขอบคุณ... http://www.banmuang.co.th/2013/10/การได้ยิน-ปัญหาที่ไม่คว/ (บ้านเมืองออนไลน์/มูลนิธิพัฒนาคนพิการไทย 20 ต.ค.56 )

จัดฟอร์แม็ตข้อความและมัลติมีเดีย

  1. เพิ่ม
  2. เพิ่ม ลบ
  3. เพิ่ม ลบ
  4. เพิ่ม ลบ
  5. เพิ่ม ลบ
  6. เพิ่ม ลบ
  7. เพิ่ม ลบ
  8. เพิ่ม ลบ
  9. เพิ่ม ลบ
  10. ลบ
เลือกการตกแต่งที่ต้องการ

ตกลง ยกเลิก

รายละเอียดการใส่ ลิงค์ รูปภาพ วิดีโอ เพลง (Soundcloud)

Waiting...