ไหม้บ่อขยะบานสั่งเป็นเขตภัยพิบัติควันพิษฟุ้งไปทั่ว

แสดงความคิดเห็น

ภาพจากมุมสูงไฟไหม้บ่อขยะขนาดใหญ่

หลายหน่วยงานเร่งช่วยเหลือชาวบ้านแพรกษา สมุทรปราการ เหยื่อควันพิษจากไฟไหม้บ่อขยะผู้ว่าฯ ปากน้ำประกาศให้เป็นพื้นที่ภัยพิบัติแล้ว พบสารก่อมะเร็งสูงเกินมาตรฐาน กระทรวงทรัพย์ส่งเฮลิคอปเตอร์จากห้วยขาแข้งช่วยโปรยน้ำดับเพลิงทางอากาศ หลังยังมีกลุ่มควันคุออกมาตลอดเวลา ส่วนสาธารณสุขสั่ง อสม.ดูแลชาวบ้านใกล้ชิด เผยมีอาการหนัก 2 ราย แต่รักษาจนดีขึ้นกลับบ้านได้แล้ว ดีเอสไอเผยอยู่ระหว่างสอบสวนคดีลอบนำขยะอุตสาหกรรมมาทิ้ง แต่ดันเกิดเรื่องขึ้นเลยประกาศบอกชาวบ้านให้มาแจ้งดำเนินคดีกับเจ้าของบ่อขยะก่อน

จากกรณีไฟไหม้บ่อขยะขนาดใหญ่ เนื้อที่ประมาณ 100 ไร่ ตั้งอยู่ภายในซอย 8 นิคมอุตสาหกรรมบางปู ม.4 ต.แพรกษา อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ทำให้เกิดกลุ่มควันฟุ้งกระจายทั่วชุมชนหลายพันหลังคาเรือน จนได้รับความเดือดร้อน ตลอดทั้งคืนเจ้าหน้าที่ ต้องระดมฉีดน้ำหล่อเลี้ยงเพลิงไม่ให้ลุกลาม มากขึ้น และอพยพประชาชนไปที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวที่ อบต.แพรกษา เมื่อวันที่ 16 มี.ค. ที่ผ่านมา ตามที่เคยเสนอข่าวไปแล้ว

ความคืบหน้า วันที่ 17 มี.ค. นายคณิต เอี่ยมระหงษ์ ผวจ.สมุทรปราการ พร้อมพล.ต.ต.ธัชชัย หงษ์ทอง ผบก.ภ.จว.สมุทร ปราการ นายมลิวรรณ ตั้งเด่นชัย รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรปราการ เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมประกาศให้พื้นที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่ภัยพิบัติแล้ว

นาย คณิตกล่าวว่า ขณะนี้ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบอพยพออกจากพื้นที่บางส่วน โดยไปพักอาศัยอยู่ที่ศูนย์อพยพ อบต.แพรกษา เบื้องต้นเชิญเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเข้ามาดูแลในเรื่องสุขภาพและจิตใจ ในส่วนเจ้าของบ่อขยะรับผิดชอบชาวบ้านที่อพยพไปในเรื่องอาหารและเครื่องใช้ ส่วนเรื่องใบอนุญาตเบื้องต้นทราบว่าบ่อขยะดังกล่าวเป็นบ่อขยะเก่าที่เคย ระงับการใช้งานไปแล้ว และยังลักลอบนำขยะเข้ามาทิ้ง ซึ่งให้อบต.แพรกษาเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจก่อนหน้านี้แล้ว

วันเดียวกัน มีเจ้าหน้าที่หน่วยตรวจสอบอุบัติภัยสารเคมี กรมควบคุมมลพิษ นำเครื่องมาตรวจวัดค่ามลพิษทางอากาศ โดยพบสารมลพิษที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ คือกลุ่มสารอินทรีย์ระเหยง่ายในบรรยากาศและสาร ไดออกซิน ฟิวแรน ซึ่งเป็นกลุ่มสารก่อมะเร็ง ขณะเดียวกันผลการวัดค่ามลพิษพบมีค่ามากกว่า177พีพีเอ็มซึ่งเกินกว่ามาตรฐานกำหนด

ล่าสุดได้รับการประสาน จากนายโชติ ตราชู ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ในการส่งเฮลิคอปเตอร์จากอุทยานแห่งชาติห้วยขาแข้ง มาสนับสนุนในการตักน้ำไปดับไฟที่ยังคุกรุ่นอยู่บริเวณกลางกองขยะ พร้อมใช้รถน้ำฉีดสกัดบริเวณโดยรอบอีกทาง จนตอนนี้สามารถควบคุมไม่ให้เพลิงลุกลามได้แล้วแต่ยังคงมีกลุ่มควันไฟพวยพุ่งอย่างต่อเนื่อง

ต่อมา นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระ ทรวงสาธารณสุข (สธ.) เข้าเยี่ยมประชาชนได้รับผลกระทบ ที่ศูนย์อพยพ อบต.แพรกษา พร้อมเปิดเผยว่า ได้สั่งการให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกไปดูแล ให้การรักษาพยาบาลเบื้องต้นแก่ประชาชนที่ได้รับผล กระทบจากควันไฟ และให้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) แพรกษา และ อสม. ร่วมกับ อบต.แพรกษา แจกหน้ากากอนามัยป้องกันการสูดละอองควันไฟเข้าปอด และดำเนินการคัดกรองกลุ่มเสี่ยงที่อาศัยอยู่ในรัศมีรอบบ่อขยะที่สำคัญ เช่น ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคหอบหืด โรคปอดซึ่งผู้ป่วยกลุ่มนี้จะมีอาการกำเริบได้ง่าย

นพ.ณรงค์ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังให้กรมควบคุมโรคส่งผู้เชี่ยวชาญด้านอาชีวเวช ศาสตร์ ลงไปประเมินผลกระทบสุขภาพทั้งระยะสั้นและระยะยาว เพื่อวางแผนแก้ไขร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในเบื้องต้นได้รับรายงานว่า มีผู้ได้รับผลกระทบ 2 ราย รายแรกเป็นอาสาดับเพลิงชาย อายุ 17 ปี สำลักควันไฟหายใจไม่ออก ทีมแพทย์ฉุกเฉินนำตัวส่งร.พ.สมุทรปราการ ขณะนี้อาการดีขึ้นและกลับไปพักผ่อนที่บ้านแล้ว รายที่ 2 เป็นหญิงอายุ 35 ปี หายใจไม่ออกเช่นกัน ไปรักษาที่ร.พ.เปาโลเมโมเรียล สาขาสมุทรปราการ อาการดีขึ้นกลับบ้านแล้ว ขอแนะนำประชาชนให้หลีกเลี่ยงการสูดควันไฟ หากจำเป็นต้องออกจากบ้าน ขอให้ใส่หน้ากากอนามัยหรือใช้ผ้าชุบน้ำปิดปากจมูก หากเกิดอาการระคายเคือง เช่น แสบตา หรือใจสั่น แน่นหน้าอก ขอให้พบแพทย์ในสถานพยาบาลที่อยู่ใกล้

นายวิเชียร จุ่งรุ่งเรือง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า การเกิด ไฟไหม้ใหญ่ขนาดนี้จะก่อให้เกิดก๊าซพิษเกิด เป็นอันตราย ซึ่งหลังจากส่งเจ้าหน้าที่สำนักจัดการกากของเสียและสารอันตราย และสำนักจัดการคุณภาพอากาศและเสียง พบว่า มีก๊าซบางชนิด เช่น ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ เกินค่ามาตรฐาน ซึ่งจะส่งผลต่อระบบทาง เดินหายใจ ระคายเคืองดวงตา เป็นอันตรายต่อปอด

นายวิเชียรกล่าวว่า เบื้องต้นประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขอให้ประชาชนที่อยู่ในรัศมี 500 เมตร หลีกเลี่ยงจากที่เกิดเหตุ เนื่องจากก๊าซพิษจะฟุ้งกระจายไปไกลขนาดไหนต้องขึ้นอยู่กับกระแสทิศทางลม ส่วนกรณีนี้น่าจะฟุ้งกระจายเป็นวงกว้าง จึงต้องหาทางหลีกเลี่ยงไว้ก่อน แต่หากจำเป็นต้องเข้าใกล้ต้องหาทางป้องกันด้วยการใส่หน้ากากอนามัย

ขณะ ที่นายสุรพล ซามาตย์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดไฟไหม้เกิดจากก๊าซมีเทนในบ่อฝังขยะที่หมักอยู่นาน ประกอบมีสภาพอากาศที่ร้อนจัด ในช่วงนี้ จึงอาจทำให้ก๊าซมีเทนติดไฟและลุกลามเบื้องต้นเตรียมส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบว่าบ่อขยะขึ้นทะเบียนถูกต้องหรือไม่

ด้าน นายภูวิช ยมหา พนักงานสอบสวนคดีพิเศษชำนาญการพิเศษ ดีเอสไอ กล่าวว่า ได้เข้าไปสอบสวนเรื่องดังกล่าวแล้ว โดยเรื่องบ่อขยะใน จ.สมุทรปราการ ทั้งหมด บ่อที่เกิดเหตุเป็นบ่อหนึ่งในเบื้องต้นที่เรียกผู้เกี่ยวข้องไปสอบปากคำ เบื้องต้นแล้ว และพบว่าบ่อขยะที่เกิดเหตุบ่อนี้ มีการลักลอบนำขยะจากนิคมอุตสาหกรรมบางปูมาทิ้ง เท่าที่ดูเห็นว่ามีขยะประเภท ขยะอุตสาหกรรม ซึ่งต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวง แต่เกิดปัญหาขึ้นมาก่อน จึงต้องดำเนินคดีกับเจ้าของบ่อขยะที่เกิด เหตุก่อน ขอให้ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบสามารถมาแจ้งความเพื่อดำเนินคดีต่อเจ้าของบ่อขยะได้ทันที

ขอบคุณ... http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNNU5URXdPRGM1Tnc9PQ==&sectionid= (ขนาดไฟล์: 167)

ข่าวสดออนไลน์/มูลนิธิพัฒนาคนพิการไทย 19 มี.ค.57

ที่มา: ข่าวสดออนไลน์/มูลนิธิพัฒนาคนพิการไทย 19 มี.ค.57
วันที่โพสต์: 19/03/2557 เวลา 04:07:33 ดูภาพสไลด์โชว์ ไหม้บ่อขยะบานสั่งเป็นเขตภัยพิบัติควันพิษฟุ้งไปทั่ว

แสดงความคิดเห็น

รอตรวจสอบ
จัดฟอร์แม็ต ดูการแสดงผล

รอตรวจสอบ

รอตรวจสอบ

รอตรวจสอบ

ยกเลิก

รายละเอียดกระทู้

ภาพจากมุมสูงไฟไหม้บ่อขยะขนาดใหญ่ หลายหน่วยงานเร่งช่วยเหลือชาวบ้านแพรกษา สมุทรปราการ เหยื่อควันพิษจากไฟไหม้บ่อขยะผู้ว่าฯ ปากน้ำประกาศให้เป็นพื้นที่ภัยพิบัติแล้ว พบสารก่อมะเร็งสูงเกินมาตรฐาน กระทรวงทรัพย์ส่งเฮลิคอปเตอร์จากห้วยขาแข้งช่วยโปรยน้ำดับเพลิงทางอากาศ หลังยังมีกลุ่มควันคุออกมาตลอดเวลา ส่วนสาธารณสุขสั่ง อสม.ดูแลชาวบ้านใกล้ชิด เผยมีอาการหนัก 2 ราย แต่รักษาจนดีขึ้นกลับบ้านได้แล้ว ดีเอสไอเผยอยู่ระหว่างสอบสวนคดีลอบนำขยะอุตสาหกรรมมาทิ้ง แต่ดันเกิดเรื่องขึ้นเลยประกาศบอกชาวบ้านให้มาแจ้งดำเนินคดีกับเจ้าของบ่อขยะก่อน จากกรณีไฟไหม้บ่อขยะขนาดใหญ่ เนื้อที่ประมาณ 100 ไร่ ตั้งอยู่ภายในซอย 8 นิคมอุตสาหกรรมบางปู ม.4 ต.แพรกษา อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ทำให้เกิดกลุ่มควันฟุ้งกระจายทั่วชุมชนหลายพันหลังคาเรือน จนได้รับความเดือดร้อน ตลอดทั้งคืนเจ้าหน้าที่ ต้องระดมฉีดน้ำหล่อเลี้ยงเพลิงไม่ให้ลุกลาม มากขึ้น และอพยพประชาชนไปที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวที่ อบต.แพรกษา เมื่อวันที่ 16 มี.ค. ที่ผ่านมา ตามที่เคยเสนอข่าวไปแล้ว ความคืบหน้า วันที่ 17 มี.ค. นายคณิต เอี่ยมระหงษ์ ผวจ.สมุทรปราการ พร้อมพล.ต.ต.ธัชชัย หงษ์ทอง ผบก.ภ.จว.สมุทร ปราการ นายมลิวรรณ ตั้งเด่นชัย รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรปราการ เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมประกาศให้พื้นที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่ภัยพิบัติแล้ว นาย คณิตกล่าวว่า ขณะนี้ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบอพยพออกจากพื้นที่บางส่วน โดยไปพักอาศัยอยู่ที่ศูนย์อพยพ อบต.แพรกษา เบื้องต้นเชิญเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเข้ามาดูแลในเรื่องสุขภาพและจิตใจ ในส่วนเจ้าของบ่อขยะรับผิดชอบชาวบ้านที่อพยพไปในเรื่องอาหารและเครื่องใช้ ส่วนเรื่องใบอนุญาตเบื้องต้นทราบว่าบ่อขยะดังกล่าวเป็นบ่อขยะเก่าที่เคย ระงับการใช้งานไปแล้ว และยังลักลอบนำขยะเข้ามาทิ้ง ซึ่งให้อบต.แพรกษาเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจก่อนหน้านี้แล้ว วันเดียวกัน มีเจ้าหน้าที่หน่วยตรวจสอบอุบัติภัยสารเคมี กรมควบคุมมลพิษ นำเครื่องมาตรวจวัดค่ามลพิษทางอากาศ โดยพบสารมลพิษที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ คือกลุ่มสารอินทรีย์ระเหยง่ายในบรรยากาศและสาร ไดออกซิน ฟิวแรน ซึ่งเป็นกลุ่มสารก่อมะเร็ง ขณะเดียวกันผลการวัดค่ามลพิษพบมีค่ามากกว่า177พีพีเอ็มซึ่งเกินกว่ามาตรฐานกำหนด ล่าสุดได้รับการประสาน จากนายโชติ ตราชู ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ในการส่งเฮลิคอปเตอร์จากอุทยานแห่งชาติห้วยขาแข้ง มาสนับสนุนในการตักน้ำไปดับไฟที่ยังคุกรุ่นอยู่บริเวณกลางกองขยะ พร้อมใช้รถน้ำฉีดสกัดบริเวณโดยรอบอีกทาง จนตอนนี้สามารถควบคุมไม่ให้เพลิงลุกลามได้แล้วแต่ยังคงมีกลุ่มควันไฟพวยพุ่งอย่างต่อเนื่อง ต่อมา นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระ ทรวงสาธารณสุข (สธ.) เข้าเยี่ยมประชาชนได้รับผลกระทบ ที่ศูนย์อพยพ อบต.แพรกษา พร้อมเปิดเผยว่า ได้สั่งการให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกไปดูแล ให้การรักษาพยาบาลเบื้องต้นแก่ประชาชนที่ได้รับผล กระทบจากควันไฟ และให้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) แพรกษา และ อสม. ร่วมกับ อบต.แพรกษา แจกหน้ากากอนามัยป้องกันการสูดละอองควันไฟเข้าปอด และดำเนินการคัดกรองกลุ่มเสี่ยงที่อาศัยอยู่ในรัศมีรอบบ่อขยะที่สำคัญ เช่น ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคหอบหืด โรคปอดซึ่งผู้ป่วยกลุ่มนี้จะมีอาการกำเริบได้ง่าย นพ.ณรงค์ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังให้กรมควบคุมโรคส่งผู้เชี่ยวชาญด้านอาชีวเวช ศาสตร์ ลงไปประเมินผลกระทบสุขภาพทั้งระยะสั้นและระยะยาว เพื่อวางแผนแก้ไขร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในเบื้องต้นได้รับรายงานว่า มีผู้ได้รับผลกระทบ 2 ราย รายแรกเป็นอาสาดับเพลิงชาย อายุ 17 ปี สำลักควันไฟหายใจไม่ออก ทีมแพทย์ฉุกเฉินนำตัวส่งร.พ.สมุทรปราการ ขณะนี้อาการดีขึ้นและกลับไปพักผ่อนที่บ้านแล้ว รายที่ 2 เป็นหญิงอายุ 35 ปี หายใจไม่ออกเช่นกัน ไปรักษาที่ร.พ.เปาโลเมโมเรียล สาขาสมุทรปราการ อาการดีขึ้นกลับบ้านแล้ว ขอแนะนำประชาชนให้หลีกเลี่ยงการสูดควันไฟ หากจำเป็นต้องออกจากบ้าน ขอให้ใส่หน้ากากอนามัยหรือใช้ผ้าชุบน้ำปิดปากจมูก หากเกิดอาการระคายเคือง เช่น แสบตา หรือใจสั่น แน่นหน้าอก ขอให้พบแพทย์ในสถานพยาบาลที่อยู่ใกล้ นายวิเชียร จุ่งรุ่งเรือง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า การเกิด ไฟไหม้ใหญ่ขนาดนี้จะก่อให้เกิดก๊าซพิษเกิด เป็นอันตราย ซึ่งหลังจากส่งเจ้าหน้าที่สำนักจัดการกากของเสียและสารอันตราย และสำนักจัดการคุณภาพอากาศและเสียง พบว่า มีก๊าซบางชนิด เช่น ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ เกินค่ามาตรฐาน ซึ่งจะส่งผลต่อระบบทาง เดินหายใจ ระคายเคืองดวงตา เป็นอันตรายต่อปอด นายวิเชียรกล่าวว่า เบื้องต้นประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขอให้ประชาชนที่อยู่ในรัศมี 500 เมตร หลีกเลี่ยงจากที่เกิดเหตุ เนื่องจากก๊าซพิษจะฟุ้งกระจายไปไกลขนาดไหนต้องขึ้นอยู่กับกระแสทิศทางลม ส่วนกรณีนี้น่าจะฟุ้งกระจายเป็นวงกว้าง จึงต้องหาทางหลีกเลี่ยงไว้ก่อน แต่หากจำเป็นต้องเข้าใกล้ต้องหาทางป้องกันด้วยการใส่หน้ากากอนามัย ขณะ ที่นายสุรพล ซามาตย์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดไฟไหม้เกิดจากก๊าซมีเทนในบ่อฝังขยะที่หมักอยู่นาน ประกอบมีสภาพอากาศที่ร้อนจัด ในช่วงนี้ จึงอาจทำให้ก๊าซมีเทนติดไฟและลุกลามเบื้องต้นเตรียมส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบว่าบ่อขยะขึ้นทะเบียนถูกต้องหรือไม่ ด้าน นายภูวิช ยมหา พนักงานสอบสวนคดีพิเศษชำนาญการพิเศษ ดีเอสไอ กล่าวว่า ได้เข้าไปสอบสวนเรื่องดังกล่าวแล้ว โดยเรื่องบ่อขยะใน จ.สมุทรปราการ ทั้งหมด บ่อที่เกิดเหตุเป็นบ่อหนึ่งในเบื้องต้นที่เรียกผู้เกี่ยวข้องไปสอบปากคำ เบื้องต้นแล้ว และพบว่าบ่อขยะที่เกิดเหตุบ่อนี้ มีการลักลอบนำขยะจากนิคมอุตสาหกรรมบางปูมาทิ้ง เท่าที่ดูเห็นว่ามีขยะประเภท ขยะอุตสาหกรรม ซึ่งต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวง แต่เกิดปัญหาขึ้นมาก่อน จึงต้องดำเนินคดีกับเจ้าของบ่อขยะที่เกิด เหตุก่อน ขอให้ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบสามารถมาแจ้งความเพื่อดำเนินคดีต่อเจ้าของบ่อขยะได้ทันที ขอบคุณ... http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNNU5URXdPRGM1Tnc9PQ==§ionid= ข่าวสดออนไลน์/มูลนิธิพัฒนาคนพิการไทย 19 มี.ค.57

จัดฟอร์แม็ตข้อความและมัลติมีเดีย

  1. เพิ่ม
  2. เพิ่ม ลบ
  3. เพิ่ม ลบ
  4. เพิ่ม ลบ
  5. เพิ่ม ลบ
  6. เพิ่ม ลบ
  7. เพิ่ม ลบ
  8. เพิ่ม ลบ
  9. เพิ่ม ลบ
  10. ลบ
เลือกการตกแต่งที่ต้องการ

ตกลง ยกเลิก

รายละเอียดการใส่ ลิงค์ รูปภาพ วิดีโอ เพลง (Soundcloud)

Waiting...