เข้าใจพัฒนาการตามวัยลูกปลอดภัยจากอุบัติเหตุ

แสดงความคิดเห็น

ข่าวที่สร้างความสะเทือนใจให้กับผู้ที่ได้รับรู้ โดยเฉพาะคนที่เป็นพ่อแม่ในช่วงไม่กี่วันมานี้ คงหนีไม่พ้นเรื่องของหนูน้อยวัย 4 ปี ที่พลัดตกจากตึก 7 ชั้น จนเสียชีวิต เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าธรรมชาติของเด็กวัยนี้กำลังอยากรู้อยากเห็น ซุกซน โดยเฉพาะเด็กผู้ชายมักชอบที่จะปีนป่าย ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เกิดอุบัติเหตุได้บ่อยครั้ง ซึ่งหากแค่เป็นแผลถลอกเล็กน้อยก็ถือเป็นบทเรียนให้ลูกได้ระมัดระวังมากกว่านี้ แต่หากถึงขนาดต้องพิการหรือเสียชีวิต ก็เป็นเรื่องน่าเศร้าใจและน่าเสียดายอนาคตของเด็กคนหนึ่ง ที่พ่อแม่เฝ้าทะนุถนอมจนเติบโต

จากเหตุการณ์ดังกล่าวในฐานะพ่อแม่ผู้ปกครอง น่าจะหันมาทบทวนบทบาท และสิ่งแวดล้อมรอบตัวว่าปลอดภัยสำหรับเด็กแล้วหรือไม่ โดยเริ่มจากการเข้าใจพฤติกรรมตามวัยของเด็ก และปรับสภาพแวดล้อมรวมทั้งการดูแลเอาใจใส่ให้เหมาะสมกับวัยของลูกที่มีความต้องการเปลี่ยนแปลงไปตามพัฒนาการ

พ.ญ.ศิราภรณ์ สวัสดิวร ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กมหาราชินี (รพ.เด็ก) กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้คำแนะนำพ่อแม่ผู้ปกครองว่า การดูแลเด็กนั้นอยากให้คุณพ่อคุณแม่ ผู้ปกครอง เข้าใจเด็กแต่ละวัยมีพัฒนาการที่เพิ่มขึ้น ดังนั้นเด็กๆ เลย มีความต้องการ มีความชอบไม่ชอบต่างกันไป ขึ้นอยู่กับว่าในวัยนั้นเด็กๆ กำลังเรียนรู้อะไร หรือร่างกายของเขาต้องการอะไร เช่น เด็กวัย 6-7 เดือนกำลังจะมีฟันซี่แรก ขณะเดียวกันก็เพิ่งเริ่มที่จะหยิบจับสิ่งของได้เอง พัฒนาการสองอย่างนี้ทำให้เด็กวัยนี้มักหยิบสิ่งของเข้าปาก จนอาจทำให้ของเล่นหรือของที่หยิบเข้าปาก และติดคอได้ นี่คืออุบัติเหตุที่พบได้บ่อยในเด็กวัย 6-7 เดือน พ่อแม่ก็ควรระมัดระวัง ดูแลสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม อย่าให้ลูกเล่นหรือจับของชิ้นเล็กๆ ที่อาจติดคอได้

เช่นเดียวกันกับเด็กวัยอนุบาล ที่เคลื่อนไหวได้คล่องแคล่วและกำลังตื่นเต้นกับโลกใบใหญ่ อุบัติเหตุที่พบบ่อยในเด็กวัยนี้จึงหนีไม่พ้นการพลัดตกหกล้ม แม้แต่โซฟา เด็กก็อาจปีนป่ายจนล้มจากโซฟาศีรษะกระแทกพื้นเป็นอันตรายได้ พ่อแม่ผู้ปกครองไม่ควรปล่อยให้เด็กอยู่ริมระเบียงหรือที่สูงๆ เพียงลำพัง เพราะการเผลอแม้เสี้ยววินาทีก็อาจหมายถึงชีวิตของลูกได้ การดุหรือตำหนิในความซุกซนของลูก อาจทำให้ลูกหยุดซนเพียงชั่วคราว แต่ไม่สามารถป้องกันความปลอดภัยของลูก ถ้าเป็นไปได้ควรทำที่กั้นให้สูงพอเพื่อป้องกันเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

กระทั่งทารกแรกเกิดที่นอนอยู่เฉยๆ ก็อาจประสบอุบัติเหตุได้เช่นกัน การนอนคว่ำ ทารกยังไม่สามารถผงกศีรษะได้ดี ถ้าให้นอนคว่ำใน หมอน ที่นุ่มมาก จนใบหน้าบุ๋ม ผงกศีรษะลำบาก หรือเด็กอาจหน้าคว่ำลงกับเบาะหรือหมอน จนอาจหายใจไม่ออกและเสียชีวิตได้ เป็นข้อควรระวังที่ ไม่ควรละเลย

นอกจากนี้ อุบัติเหตุที่เกิดจากน้ำ ก็เป็นอุบัติเหตุที่พบได้บ่อยเป็นอันดับ 1 ของเด็กที่อายุต่ำกว่า 15 ปี ยิ่งหน้าร้อนใกล้เข้ามา ในแต่ละปีมีเด็กเสียชีวิตจากการจมน้ำกว่า 1500 ราย หรือเฉลี่ยวันละ 4 ราย โดยกลุ่มเสี่ยงคือเด็กอายุ 5-9 ปี เป็นวัยที่กำลังซุกซน อยากรู้อยากเห็น การสอดส่องดูแลลูก ไม่ไปอยู่ในที่เสี่ยงต่อการจมน้ำ การสอนให้ลูกว่ายน้ำเป็นตั้งแต่เล็กๆ จึงเป็นเรื่องสำคัญ

ดังนั้นจึงอยากขอความร่วมมือให้พ่อแม่ผู้ปกครอง หันมาทำความเข้าใจพัฒนาการของเด็กในแต่ละวัย เพื่อที่จะได้รู้ว่าในวัยนี้เราควรดูแลเรื่องใดเป็นพิเศษ เพื่อให้เยาวชนของเราเติบโตขึ้นมาเป็นพลังสำคัญของชาติ อย่าให้ความพลั้งพลาดเพียงเสี้ยววินาที ทำให้เราต้องเสียใจไปตลอดชีวิตอีกเลย” พ.ญ.ศิราภรณ์ สวัสดิวร กล่าวทิ้งท้าย

ขอบคุณ... http://www.banmuang.co.th/2013/03/พัฒนาการตามวัยลูกปลอดภ/

ที่มา: บ้านเมืองออนไลน์/มูลนิธิพัฒนาคนพิการไทย 3 มี.ค.56
วันที่โพสต์: 4/03/2556 เวลา 03:30:41

แสดงความคิดเห็น

รอตรวจสอบ
จัดฟอร์แม็ต ดูการแสดงผล

รอตรวจสอบ

รอตรวจสอบ

รอตรวจสอบ

ยกเลิก

รายละเอียดกระทู้

ข่าวที่สร้างความสะเทือนใจให้กับผู้ที่ได้รับรู้ โดยเฉพาะคนที่เป็นพ่อแม่ในช่วงไม่กี่วันมานี้ คงหนีไม่พ้นเรื่องของหนูน้อยวัย 4 ปี ที่พลัดตกจากตึก 7 ชั้น จนเสียชีวิต เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าธรรมชาติของเด็กวัยนี้กำลังอยากรู้อยากเห็น ซุกซน โดยเฉพาะเด็กผู้ชายมักชอบที่จะปีนป่าย ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เกิดอุบัติเหตุได้บ่อยครั้ง ซึ่งหากแค่เป็นแผลถลอกเล็กน้อยก็ถือเป็นบทเรียนให้ลูกได้ระมัดระวังมากกว่านี้ แต่หากถึงขนาดต้องพิการหรือเสียชีวิต ก็เป็นเรื่องน่าเศร้าใจและน่าเสียดายอนาคตของเด็กคนหนึ่ง ที่พ่อแม่เฝ้าทะนุถนอมจนเติบโต จากเหตุการณ์ดังกล่าวในฐานะพ่อแม่ผู้ปกครอง น่าจะหันมาทบทวนบทบาท และสิ่งแวดล้อมรอบตัวว่าปลอดภัยสำหรับเด็กแล้วหรือไม่ โดยเริ่มจากการเข้าใจพฤติกรรมตามวัยของเด็ก และปรับสภาพแวดล้อมรวมทั้งการดูแลเอาใจใส่ให้เหมาะสมกับวัยของลูกที่มีความต้องการเปลี่ยนแปลงไปตามพัฒนาการ พ.ญ.ศิราภรณ์ สวัสดิวร ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กมหาราชินี (รพ.เด็ก) กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้คำแนะนำพ่อแม่ผู้ปกครองว่า การดูแลเด็กนั้นอยากให้คุณพ่อคุณแม่ ผู้ปกครอง เข้าใจเด็กแต่ละวัยมีพัฒนาการที่เพิ่มขึ้น ดังนั้นเด็กๆ เลย มีความต้องการ มีความชอบไม่ชอบต่างกันไป ขึ้นอยู่กับว่าในวัยนั้นเด็กๆ กำลังเรียนรู้อะไร หรือร่างกายของเขาต้องการอะไร เช่น เด็กวัย 6-7 เดือนกำลังจะมีฟันซี่แรก ขณะเดียวกันก็เพิ่งเริ่มที่จะหยิบจับสิ่งของได้เอง พัฒนาการสองอย่างนี้ทำให้เด็กวัยนี้มักหยิบสิ่งของเข้าปาก จนอาจทำให้ของเล่นหรือของที่หยิบเข้าปาก และติดคอได้ นี่คืออุบัติเหตุที่พบได้บ่อยในเด็กวัย 6-7 เดือน พ่อแม่ก็ควรระมัดระวัง ดูแลสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม อย่าให้ลูกเล่นหรือจับของชิ้นเล็กๆ ที่อาจติดคอได้ เช่นเดียวกันกับเด็กวัยอนุบาล ที่เคลื่อนไหวได้คล่องแคล่วและกำลังตื่นเต้นกับโลกใบใหญ่ อุบัติเหตุที่พบบ่อยในเด็กวัยนี้จึงหนีไม่พ้นการพลัดตกหกล้ม แม้แต่โซฟา เด็กก็อาจปีนป่ายจนล้มจากโซฟาศีรษะกระแทกพื้นเป็นอันตรายได้ พ่อแม่ผู้ปกครองไม่ควรปล่อยให้เด็กอยู่ริมระเบียงหรือที่สูงๆ เพียงลำพัง เพราะการเผลอแม้เสี้ยววินาทีก็อาจหมายถึงชีวิตของลูกได้ การดุหรือตำหนิในความซุกซนของลูก อาจทำให้ลูกหยุดซนเพียงชั่วคราว แต่ไม่สามารถป้องกันความปลอดภัยของลูก ถ้าเป็นไปได้ควรทำที่กั้นให้สูงพอเพื่อป้องกันเหตุการณ์ไม่คาดฝัน กระทั่งทารกแรกเกิดที่นอนอยู่เฉยๆ ก็อาจประสบอุบัติเหตุได้เช่นกัน การนอนคว่ำ ทารกยังไม่สามารถผงกศีรษะได้ดี ถ้าให้นอนคว่ำใน หมอน ที่นุ่มมาก จนใบหน้าบุ๋ม ผงกศีรษะลำบาก หรือเด็กอาจหน้าคว่ำลงกับเบาะหรือหมอน จนอาจหายใจไม่ออกและเสียชีวิตได้ เป็นข้อควรระวังที่ ไม่ควรละเลย นอกจากนี้ อุบัติเหตุที่เกิดจากน้ำ ก็เป็นอุบัติเหตุที่พบได้บ่อยเป็นอันดับ 1 ของเด็กที่อายุต่ำกว่า 15 ปี ยิ่งหน้าร้อนใกล้เข้ามา ในแต่ละปีมีเด็กเสียชีวิตจากการจมน้ำกว่า 1500 ราย หรือเฉลี่ยวันละ 4 ราย โดยกลุ่มเสี่ยงคือเด็กอายุ 5-9 ปี เป็นวัยที่กำลังซุกซน อยากรู้อยากเห็น การสอดส่องดูแลลูก ไม่ไปอยู่ในที่เสี่ยงต่อการจมน้ำ การสอนให้ลูกว่ายน้ำเป็นตั้งแต่เล็กๆ จึงเป็นเรื่องสำคัญ ดังนั้นจึงอยากขอความร่วมมือให้พ่อแม่ผู้ปกครอง หันมาทำความเข้าใจพัฒนาการของเด็กในแต่ละวัย เพื่อที่จะได้รู้ว่าในวัยนี้เราควรดูแลเรื่องใดเป็นพิเศษ เพื่อให้เยาวชนของเราเติบโตขึ้นมาเป็นพลังสำคัญของชาติ อย่าให้ความพลั้งพลาดเพียงเสี้ยววินาที ทำให้เราต้องเสียใจไปตลอดชีวิตอีกเลย” พ.ญ.ศิราภรณ์ สวัสดิวร กล่าวทิ้งท้าย ขอบคุณ... http://www.banmuang.co.th/2013/03/พัฒนาการตามวัยลูกปลอดภ/

จัดฟอร์แม็ตข้อความและมัลติมีเดีย

  1. เพิ่ม
  2. เพิ่ม ลบ
  3. เพิ่ม ลบ
  4. เพิ่ม ลบ
  5. เพิ่ม ลบ
  6. เพิ่ม ลบ
  7. เพิ่ม ลบ
  8. เพิ่ม ลบ
  9. เพิ่ม ลบ
  10. ลบ
เลือกการตกแต่งที่ต้องการ

ตกลง ยกเลิก

รายละเอียดการใส่ ลิงค์ รูปภาพ วิดีโอ เพลง (Soundcloud)

Waiting...